ประสบการณ์เที่ยวไทยที่แย่ที่สุด‼️
เรื่องนี้อยากมาเล่าเป็นอุทาหรณ์สำหรับใครที่คิดจะไปเช่าชุดไทย ค่อนข้างจะยาวนิดนึง🥲
คือเราไปเช่าชุดไทยกับแฟนต่างชาติ จากร้านที่พี่วินแนะนำ ตอนแรกเกือบโดนคิดราคาแพงกว่าปกติด้วย เพราะเขาคิดว่าเป็นต่างชาติทั้งคู่ ทั้งที่หน้าร้านก็มีป้ายราคาอยู่แล้ว
พอเข้าไปในร้าน เราก็เห็นมีพ่อลูกชาวเกาหลี ซึ่งพ่อกำลังรอลูกสาวแต่งชุดไทยอยู่ แล้วเราเห็นข้างเขา เต็มไปด้วยกระเป๋าของ นทท. เราเลยวางกระเป๋าเป้เราไว้
ช่วงแรกก็โอเค มีช่างที่ช่วยแต่งตัว คนนี้ขอเรียก ช่าง ก เขาให้เราเลือกชุดกันเองก่อน ทุกอย่างยังปกติดี จนกระทั่งช่าง ข ที่ช่วยแต่งตัวอีกคนเดินเข้ามา เห็นแฟนเราใส่ชุดสีโทนขาวครีมทอง เขาก็ยืนเท้าเอวแล้วพูดกับช่าง ก ทันทีว่า “ใครเป็นคนเลือกให้เขาใส่เนี่ย สภาพพพ ดูไม่ได้เลย ไปเลือกมาให้เขาใหม่ดิ้ คนอะไรไม่มีเทส”
ช่าง ก ก็เลิกลักและตอบว่า “ก็ลูกค้าเป็นคนเลือกเอง”
เราเลยตอบช่าง ข ไปว่า “เลือกเองค่ะ ทำไมหรอคะ มีปัญหาอะไรรึเปล่า“
จังหวะนั้นช่าง ข ดูตกใจแล้วถามกลับพร้อมน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปว่า “อ้าว เป็นคนไทยหรอ เดี๋ยวพี่เปลี่ยนสีเสื้อให้เขาใหม่เนาะ จะได้ตัดกับผ้าผูกเอว“ แล้วเขาก็ไปหยิบเสื้อตัวใหม่มาให้แ ฟนเราเปลี่ยน
หลังจากนั้น แฟนเราอยากแต่งหน้า เราเลยบอกช่างทำผม ช่างเลยบอกช่างแต่งหน้าให้ แต่ช่างแต่งหน้ามองที่แฟนเราและพูดว่า “สภาพหน้าแบบเนี้ยย ยังอยากจะแต่งอีกหรอ”
เราก็อึ้ง ทุกคนอึ้ง นี่คือคำพูดจากพนักงานร้านหรอ คือได้ยินแล้วรู้สึกแย่มากถึงมากที่สุด แล้วช่างทำผมบอกว่า “ก็แฟนเขาบอกว่าอยากแต่ง แฟนเขาเป็นคนไทย นั่งอยู่เนี่ย” จากนั้นช่างแต่งหน้าก็เสียงอ่อนลง แล้วก็แต่งให้จนเสร็จ แฟนเราก็เข้ามาใส่เครื่องประดับ
หลังจากนั้น พวกเราก็แต่งตัวเสร็จ เสร็จปุ๊บ ช่าง ข ก็รีบไล่เราเลยแบบ “ไปๆ ไปกันได้แล้ว เสร็จแล้ว” พร้อมผลักพวกเราออก
ทั้งที่เรายังเตรียมตัวไม่เสร็จ เราก็งงๆ แต่คิดว่าเขาคงรีบรับลูกค้าใหม่เลยไม่ได้คิดอะไร เลยรีบออกมาให้
พอเราไปถึงทางเข้าวัด ก็เห็นว่าต่างชาติต้องจ่ายเงินสด เราก็จำได้ว่ากระเป๋ากางเกงเรามีเงินสดที่แฟนฝากไว้เราเลยเดินกลับมาร้านคนเดียว เพราะมันก็ไม่ได้ไกลจากร้าน
เราเดินมาถึงร้าน เราเห็นช่างแต่งหน้ากับช่าง ข กำลังช่วยกันเอาเสื้อผ้าของเรากับแฟนใส่ถุงรวมกัน เราเลยบอกพวกเขาว่า “แป๊บนะคะพี่ หนูขอเอาตังค์ออกจากกระเป๋ากางเกงก่อน” แล้วเราก็หยิบให้เขาเห็นเลย ช่าง ข ก็ถามว่า “จะเอาเงินไปทำไม”
ช่างแต่งหน้าก็ตอบว่า “เค้าก็ต้องเอาไปสิ แฟนเค้าไม่ใช่คนไทย”
แล้วตอนนั้นเราก็มองหากระเป๋าตัวเอง ซึ่งมันก็ยังอยู่บนโซฟา และก่อนออก เราจะเอากระเป๋าไปด้วย แต่พนักงานบอกว่า
“กระเป๋าเอาไว้นี่แหละ เดี๋ยวดูแลให้ ไม่มีใครทำอะไรหรอก”
เราก็ไม่ได้สังเกตหรอกว่าใครพูด ด้วยความรีบไม่อยากให้แฟนรอนาน เพราะอากาศมันร้อนก็เลย ทิ้งกระเป๋าเป้ไว้ เพราะ นทท. คนอื่นก็วาง เลยไม่ได้คิดมากอะไร
ซึ่งในนั้นมีกระเป๋าตังเราที่มีเงินสดของแฟนที่ยังไม่ได้แลกเป็นเงินไทย (ตีเป็นหลักพันบาท) บัตรต่างๆของเรา พาสปอร์ตแฟน แล้วก็ของที่แฟนซื้ออยู่ในกระเป๋าเป้
แล้วเราก็เดินเที่ยวในวัดประมาณชั่วโมงนึง พอเดินเที่ยวเสร็จ กลับมาเปลี่ยนชุด ร้านเงียบมาก เหมือนไม่มีใครอยู่เลย รอประมาณ5นาทีได้ สักพักช่างแต่งหน้าเดินมาเห็นพวกเรายืนงงๆ กันในร้าน ก็ตะโกนหาพนักงานมาช่วยถอดชุด พร้อมพูดว่า “หายไปไหนกันหมดวะ”
แล้วจู่ๆ ช่าง ข ก็เปิดม่านออกมาจากห้องเปลี่ยนชุดแบบลนๆ พร้อมสะบัดมือเอามือลูบผมเอามือถูตัว แล้วพูดว่า “เอ้า ทำไมรีบกลับมาไวจัง นึกว่าจะไปนานกว่านี้” แล้วเขาก็เงียบไปแป๊บนึง จนสถานการณ์มันอึดอัด
ตอนนั้ นเรางงมากว่าเราทำไรผิด มันไม่ปกติหรอ ได้แค่ยิ้มไป เพราะทำตัวไม่ถูก แล้วเขาก็เหมือนนึกขึ้นมาได้ว่าเขาจะต้องเปลี่ยนชุดให้เรา เขาก็พูดว่า “ เอ่อทำไรดีล่ะ งั้นพี่ถอดชุดให้” แบบน้ำเสียงดีเลย
จากนั้นเราก็เข้าไปในห้องเปลี่ยนชุดเพื่อจะเปลี่ยนเสื้อผ้า เราก็เห็นว่ากระเป๋าเราถูกย้ายมาอยู่ในห้องเปลี่ยนชุดรวมกับเสื้อผ้า ทั้งๆที่กระเป๋าของคนอื่นๆอยู่ข้างนอกหมดเลย แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมากคิดแค่ว่าเขาคงย้ายเข้ามาให้เพราะว่าชุดเราอยู่ข้างใน
จนกระทั่งกลับมาแล้วต้องใช้เงิน
เราเปิดกระเป๋าดู แล้วพบว่า
👉 เงินสดของแฟน “หายเกลี้ยง”
มีแค่แบงค์ 20 เก่าๆ ของเราทิ้งไว้
เราช็อกมาก เพราะเราไม่ได้เปิดกระเป๋าเลย และแยกเงินที่จะใช้ไว้กับตัวก่อนมาแล้วด้วยซ้ำ มั่นใจว่าไม่ได้ทำห ายเองแน่นอน
ตอนแรกเราเลือกที่จะกลับไปที่ร้าน แต่แฟนบอกว่าถ้าเกิดที่ร้านแจ้งความกลับ เพราะถ้าเขาไม่ได้เอาไปจริงๆ ตอนนั้นเราเลยคิดว่ามันก็อาจจะเป็นได้ เราเลยเลือกที่จะหาทุกช่องทางที่เป็นไปได้ แต่หาไม่เจอเลย
💔 ความรู้สึกตอนนั้นคือแย่มาก ทั้งเครียด เสียใจ และรู้สึกผิดกับแฟนมาก เพราะเป็นครั้งแรกที่เขามาไทย แต่ต้องมาเจออะไรแบบนี้ ได้แต่โทษตัวเองว่าเราดูแลไม่ดี
สุดท้าย ผ่านมาหลังจากนั้นหนึ่งคืน เราได้คิดทบทวนทุกอย่างตั้งแต่เริ่มวันจนกลับมาบ้าน เราเช็คทุกอย่างอย่างละเอียด เช็คกระเป๋าทุกช่องจนมั่นใจว่าเราไม่ได้ทำหายเองแน่ๆ100%
เราโทรปรึกษาตำรวจท่องเที่ยว ซึ่งเขาได้ให้คำแนะนำเป็นอย่างดี สรุปคือ “เราไม่ได้แจ้งความ” เพราะไม่มีหลักฐานเพียงพอ ตัวเรากับแฟนเองก็ไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้ว แล้วก็ไม่ได้มีเพื่อนที่อยู่บริเวณนั้นไปช่วยแจ้งความให้ พร้อมทั้งมันค่อนข้างจะตามยากและค่าใช้จ่ายในการกลับไปค่อนข้างสูง โดยที่เราไม่รู้เลยว่าเราจะได้เงินคืนจริงๆไหม
เลยอยากมาเตือนทุกคนว่า
❗️อย่าทิ้งของมีค่าไว้กับร้านเช่าชุด
❗️อย่าทิ้งกระเป๋าไว้ ถึงเขาจะบอกว่าปลอดภัย
❗️อย่าเชื่อใจใครง่ายๆ
❗️ถ้าเจอคำพูดหรือพฤติกรรมแปลกๆ ให้ระวังตัวไว้ก่อนเลย
หวังว่าเรื่องนี้จะช่วยเตือนใครได้บ้างนะคะ 🙏
ถ้าใครเจอประสบการณ์แบบนี้ อยากแชร์ เม้นได้เลย
#ประสบการณ์ชีวิต #โตขึ้นจึงรู้ว่า #เรื่องราววันนี้ #เช่าชุดไทย #เที่ยวไทย






























ความจริงเราสามารถแจ้งทางเจ้าของร้านได้นะคะ เราสามารถรีวิวร้านตามความเป็นจริงได้ค่ะ คนแบบนี้ต้องเอาให้หนัก