เห็นฉันมั้ย ✨ ฉันอยู่ตรงนี้ 📍

บนโลกนี้ การหายไปของใครคนหนึ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต

มันอาจไม่ใช่พ่อ แม่ ครู หรือเพื่อนเสมอไป

แต่อาจเป็น “ตัวเราเอง” ต่างหาก

วันนี้ฉันเหนื่อยมาก

ฉันฝืนยิ้ม ทั้งที่ข้างในไม่มีรอยยิ้มเหลืออยู่เลย

รอยยิ้มที่คนอื่นเห็น

เป็นเพียงสิ่งที่ใช้กลบคราบน้ำตาในแต่ละวัน

วันที่ฉันต้องอดทนกับหลายเรื่อง

หลายอย่างที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุด

บางครั้ง…ฉันแค่อยากนั่งร้องไห้

อยากกอดใครสักคน

หรือแค่นั่งยิ้มบาง ๆ กับเรื่องเล็ก ๆ ของวันนั้น

ร่วมกับใครสักคนก็พอ

ฉันไม่ได้สดใส ไม่ได้ร่าเริงอย่างที่ใครเห็น

และในบางช่วงเวลา

ฉันก็เผลอละทิ้งตัวเองไป

เพื่อทำในสิ่งที่จำเป็น

เพื่อความอยู่รอด

เพราะมันเหมือนจะเป็นทางเดียวที่เหลืออยู่

โชคชะตาดูใจร้ายเหลือเกิน

ไม่ส่งใครมา ไม่ส่งอะไรเข้ามาช่วยฉันเลย

แต่สุดท้ายฉันก็รู้ว่า

โชคชะตาอยู่ในมือของเราเอง

และตัวฉัน…ก็ยังต้องพึ่งตัวฉันเองอยู่ดี

ฉันยอมละทิ้งหลายอย่าง

เพื่อความพอใจของคนอื่น

จนบางครั้ง

ฉันลืมแม้แต่ปณิธานในใจตัวเอง

ความซื่อ ความตรง ที่ฉันเคยมี

กลับกลายเป็นสิ่งที่บางคนเรียกว่า “โง่”

ฉันรู้ดีว่าฉันกำลังทำอะไร

และฉันก็รู้ว่าผลลัพธ์อาจไม่สวยงาม

แต่ฉันก็เลือกจะยอมรับมัน

ฉันแค่อยากถามใครสักคนว่า…

เธอเห็นฉันไหม

เห็นสิ่งที่ฉันพยายามสร้างขึ้นมาหรือเปล่า

เห็นไหมว่าฉันกำลังพยายามอยู่แค่ไหน

~ณัชฌณิมา 🤍

3/28 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัว เมื่อต้องเผชิญกับความยากลำบากในชีวิต บางครั้งเราก็ต้องพึ่งพาตัวเองอย่างเต็มที่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะรักษาความซื่อสัตย์ต่อตนเองในทุกสถานการณ์ การรู้สึกเหนื่อยล้าและอยากร้องไห้เป็นธรรมชาติของมนุษย์ และไม่ได้แปลว่าเราอ่อนแอ การแสดงความรู้สึกเหล่านี้ออกมาอย่างตรงไปตรงมาเป็นขั้นตอนหนึ่งของการเยียวยาจิตใจ สิ่งหนึ่งที่ช่วยฉันได้คือการยอมรับว่าบางครั้งฉันอาจต้องละทิ้งบางอย่างเพื่อความอยู่รอดและความสงบภายในใจ แต่ยังคงต้องพยายามรักษาเป้าหมายและคุณค่าหลักของตัวเองไว้ เพราะนั่นคือรากฐานที่จะทำให้เราก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคง ท้ายที่สุด การเห็นตัวเองและให้ความสำคัญกับความพยายามที่เราทุ่มเท คือกุญแจที่จะช่วยให้เราไม่หลงลืมคุณค่าของตัวเอง แม้คนรอบข้างจะไม่เห็น บางครั้งเราก็ต้องเป็นคนเห็นและรักตัวเองให้มากที่สุด