ฉันควรยืนอยู่ตรงไหน แล้วฉันจะได้อะไรใหม่ๆบ้างนะ

ฉันควรยืนอยู่ตรงไหน

ช่วงนี้ฉันมีคำถามเกี่ยวกับงานอยู่คำถามหนึ่งวนไปวนมาในหัว

“สรุปแล้ว ฉันควรยืนอยู่ตรงไหน?”

ฉันไม่รู้ว่าตัวเองกำลังถูกมองในฐานะอะไร

เป็นพนักงานขายคนหนึ่ง

เป็นคนที่มีประสบการณ์มากกว่า

เป็นคนที่ถูกเตรียมไว้สำหรับการเป็นหัวหน้าในขั้นถัดไป

หรือเป็นเพียงคนที่ทำยอดขายได้ และสามารถส่งไปช่วยตรงไหนก็ได้ในเวลาที่ตรงนั้นต้องการคน

ฉันไม่รู้เลย

เพราะคนที่อยู่เหนือฉันขึ้นไปไม่เคยพูดอะไรให้ชัดเจนสักอย่าง

สิ่งที่ทำให้ฉันสับสนมากขึ้นคือ รหัสบางอย่างที่ปกติจะให้เฉพาะคนที่เป็นหัวหน้า ตอนนี้น้องกลับเป็นคนที่มีมัน ส่วนฉันไม่มี

ขณะเดียวกัน ฉันกลับเป็นคนที่ต้องเข้าไปจัดการกับปัญหาหลายอย่าง

เมื่อมีปัญหาในการทำงานของน้อง ฉันเป็นคนพูด

เมื่อบางอย่างผิดพลาด ฉันเป็นคนตามแก้

เมื่อปัญหาเดิมเกิดขึ้นอีก ฉันก็เป็นคนที่ต้องพูดเรื่องเดิมซ้ำ ๆ อีกครั้ง

จนบางครั้งฉันก็อยากถามว่า

แล้วฉันกำลังทำสิ่งเหล่านี้ในฐานะอะไร?

ฉันเข้าใจน้องนะ

ถ้าฉันเป็นน้อง ฉันอาจจะไม่ได้ฟังฉันทุกอย่างเหมือนกัน เพราะสุดท้ายเราก็ตำแหน่งเท่ากัน ฉันเพียงแค่ทำงานมาก่อน มีประสบการณ์มากกว่า แต่นั่นไม่ได้แปลว่าฉันมีกึ๋นกว่า เก่งกว่า หรือมีอำนาจเหนือกว่าเขา

เขาจึงเลือกฟังบางอย่าง แล้วสุดท้ายก็ยังทำงานในทิศทางที่ตัวเองคิดว่าถูกต้องอยู่ดี

และฉันก็ไม่สามารถโทษเขาได้ทั้งหมด

เพราะถ้าองค์กรต้องการให้ฉันเป็นคนจัดการจริง ๆ อย่างน้อยฉันก็ควรรู้ก่อนหรือเปล่าว่า ฉันมีหน้าที่จัดการ

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ฉันบอกปัญหากับหัวหน้าทุกอย่าง เขารับรู้ ฉันรู้ว่าเขารู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น

แต่เขาไม่พูดอะไร

ไม่เข้ามาจัดการ

ไม่บอกฉันว่าควรทำอย่างไร

ไม่บอกน้องว่าควรปรับอะไร

และไม่บอกด้วยซ้ำว่าต้องการให้ฉันรับผิดชอบถึงตรงไหน

ความรู้สึกของฉันจึงเหมือนกำลังถูกลอยแพ

เหมือนมีคนเห็นฉันกำลังจมน้ำอยู่ตรงหน้า แต่ไม่ได้ยื่นมือลงมาช่วย

เหมือนกำลังบอกว่า

“ถ้ามีปัญหา เธอก็แก้ไปนะ ฉันจะไม่ยุ่ง”

ถ้าฉันว่ายกลับขึ้นมาได้ ก็คงมีคนเข้ามาช่วยประคองตอนถึงฝั่ง

แต่ระหว่างที่ฉันกำลังสำลักน้ำอยู่ตรงนั้น ฉันต้องหาทางเอาตัวรอดเอาเอง

บางครั้งฉันเลยอดคิดไม่ได้ว่า หรือจริง ๆ แล้วทั้งหมดนี้คือการประเมิน

เขากำลังมองฉันกับน้องอยู่หรือเปล่า

กำลังดูว่าเด็กสองคนนี้ทำงานอย่างไร

ใครรับมือกับปัญหาได้แค่ไหน

ใครจัดการสถานการณ์อย่างไร

และถ้าวันหนึ่งจะต้องมอบหน้าที่บางอย่างให้ใครสักคน คนคนนั้นจะรับมันไหวหรือเปล่า

บางทีเขาอาจกำลังประเมินฉันจริง ๆ

ว่าเด็กคนนี้จะรับกับหน้าที่ที่มากขึ้นได้มากน้อยแค่ไหน

แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็ยังโมโหอยู่ดี

เพราะการประเมินใครสักคนโดยไม่บอกว่าเขากำลังเดินไปทางไหน มันเหนื่อยมากนะ

ฉันไม่รู้ว่าคุณคาดหวังอะไร

ไม่รู้ว่าคุณต้องการอะไร

ไม่รู้ว่าคุณอยากให้ฉันพัฒนาอะไร

ไม่รู้ว่าฉันควรทำหน้าที่แค่ไหน

และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่ฉันพยายามทำอยู่ทุกวันนี้ มันใช่สิ่งที่คุณต้องการหรือเปล่า

หัวหน้าที่อยู่สูงขึ้นไปอีกก็พูดทีเล่นทีจริง จนฉันจับอะไรไม่ได้

บางวันฉันเลยอยากตะโกนใส่ใครสักคนดัง ๆ ว่า

“สรุปจะเอายังไงกับฉัน!”

5555

โมโหนะ

โมโหมากด้วย

บางครั้งมีประโยคหนึ่งที่อยากพูดออกไปตรง ๆ ว่า

คุณไม่ใจดีกับพนักงานเลย

คุณคาดหวังงานที่ดี

คาดหวังความรับผิดชอบ

คาดหวังยอดขาย

คาดหวังให้คนแก้ปัญหา

คาดหวังให้พัฒนา

คาดหวังให้พร้อมรับหน้าที่ที่มากขึ้น

แต่บางครั้งผลตอบแทนที่พนักงานได้รับกลับเหมือนติดลบ

ทั้งในรูปของเงิน ความชัดเจน การสนับสนุน หรือแม้กระทั่งความรู้สึกว่าเวลามีปัญหา จะมีใครสักคนยืนอยู่ข้างหลังเรา

ส่วนคนที่อยู่สูงขึ้นไปอีกคนนั้น ฉันกลับไม่มีอะไรอยากพูดกับเขาเลย

พื้นที่ของเขาในชีวิตฉันว่างเปล่า

และฉันคิดว่า พื้นที่ของฉันในชีวิตของเขาก็คงว่างเปล่าเหมือนกัน

เราเป็นเพียงคนสองคนที่มาเจอกันในพื้นที่ที่เรียกว่า “งาน”

เขามีหน้าที่ของเขา

ฉันมีหน้าที่ของฉัน

แค่นั้น

แต่หลังจากโมโหจนอยากตะโกนว่า “จะเอาไง!” อยู่พักใหญ่ ฉันกลับเริ่มมีอีกคำถามหนึ่งขึ้นมา

แล้วฉันจะเอาอะไรจากเรื่องนี้ได้บ้าง?

ถ้าสุดท้ายฉันต้องไปทำงานที่สาขาใหม่จริง ๆ

ฉันจะได้เรียนรู้อะไรจากที่นั่นนะ?

ฉันอาจได้เจอลูกค้ากลุ่มใหม่

ได้เจอสถานการณ์ที่ไม่เคยเจอ

ได้ลองขายในพื้นที่ที่พฤติกรรมลูกค้าแตกต่างออกไป

ได้ฝึกมือมากขึ้น

ได้เรียนรู้วิธีแก้ปัญหาหน้างาน

ได้เห็นว่าตัวเองรับมือกับสถานการณ์ใหม่ ๆ ได้แค่ไหน

และบางที ฉันอาจจะได้รู้จักความสามารถของตัวเองมากขึ้นด้วย

พอคิดแบบนี้แล้วก็ตื่นเต้นเหมือนกัน

ฉันยังไม่รู้หรอกว่าองค์กรกำลังวางฉันไว้ตรงไหน

ยังไม่รู้ว่ากำลังฝึกฉันเป็นหัวหน้า

กำลังประเมินฉัน

หรือเพียงแค่ต้องการคนไปช่วยทำยอด

และฉันยังคงอยากได้คำตอบอยู่ดี

แต่ในระหว่างที่คำตอบนั้นยังมาไม่ถึง ฉันคงทำสิ่งหนึ่งได้ก่อน

พัฒนาตัวเอง

ถ้าจะส่งฉันไปที่ใหม่ ฉันก็จะไปดูว่าที่นั่นมีอะไรให้ฉันเรียนรู้

ถ้าจะให้ฉันเจอลูกค้าใหม่ ฉันก็จะฝึกขายให้มากขึ้น

ถ้าจะโยนปัญหามาให้ฉัน ฉันก็จะเรียนรู้จากมัน แต่จะไม่ลืมว่าปัญหาทุกอย่างไม่จำเป็นต้องเป็นภาระของฉันคนเดียว

เพราะสุดท้าย ต่อให้วันหนึ่งฉันไม่ได้ตำแหน่งอะไรเลย

ประสบการณ์ที่ฉันเก็บมา

ทักษะที่ฉันฝึก

วิธีคิดที่ฉันพัฒนา

และความสามารถที่เพิ่มขึ้น

ทั้งหมดนั้นยังเป็นของฉัน

บางทีฉันอาจยังตอบไม่ได้ว่า

“บริษัทต้องการอะไรจากฉัน”

แต่ฉันเริ่มตอบได้แล้วว่า

“ฉันจะเอาอะไรกลับไปจากที่นี่”

และอย่างน้อย คำถามหลังนี้

ฉันเป็นคนเลือกคำตอบให้ตัวเองได้

พอได้ระบายทุกอย่างออกมาจนหมด ฉันกลับรู้สึกโล่งขึ้นอย่างประหลาด

ความโมโหยังมีอยู่ ความสงสัยก็ยังไม่ได้หายไปไหน ฉันยังไม่รู้เหมือนเดิมว่าพวกเขาคาดหวังอะไรจากฉัน และยังไม่มีใครให้คำตอบชัด ๆ ว่าสุดท้ายแล้วฉันควรยืนอยู่ตรงไหน

แต่ความรู้สึกบางอย่างเปลี่ยนไปแล้ว

จากที่เคยโมโห ฉันกลับเริ่ม ตื่นเต้น

ตื่นเต้นกับการที่จะได้ไปอยู่ในสถานที่ใหม่

ตื่นเต้นกับการได้เจอลูกค้าแบบใหม่ ๆ

ตื่นเต้นกับการได้ฝึกมือ ได้ขาย ได้แก้ปัญหา และได้เห็นว่าตัวเองจะทำอะไรได้มากกว่าที่เคยทำอยู่หรือเปล่า

เพราะพอมองย้อนกลับไป ฉันเพิ่งรู้เหมือนกันว่า

จริง ๆ แล้วฉันเริ่มตันกับที่เดิมแล้วเสียด้วยซ้ำ

ฉันทำสิ่งเดิมมานานพอที่จะรู้ว่าต้องทำอะไร

เจอปัญหาเดิม ๆ จนรู้ว่าจะต้องแก้ตรงไหน

พูดเรื่องเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก

จนบางทีฉันอาจลืมไปแล้วว่า ความรู้สึกตอนที่ตัวเองยังไม่รู้อะไร แล้วค่อย ๆ เรียนรู้มันขึ้นมาทีละอย่างนั้นเป็นอย่างไร

แล้วสถานที่ใหม่จะให้อะไรกับฉันบ้างนะ?

ฉันจะเก่งขึ้นตรงไหน

จะค้นพบว่าตัวเองทำอะไรได้อีก

จะเจอคนแบบไหน

จะเจอปัญหาอะไร

จะมีวันที่ขายดีจนตัวเองตกใจไหม

หรือจะมีวันที่เหนื่อยจนกลับมานั่งบ่นกับตัวเองอีกหรือเปล่า

ไม่รู้เลย

แต่พอไม่รู้แล้วกลับรู้สึกสนุกขึ้นมาเสียอย่างนั้น

และในฐานะคนเขียน ฉันก็อดคิดไม่ได้อีกว่า

จะมีบทความอะไรดี ๆ เกิดขึ้นจากที่นั่นหรือเปล่านะ?

ต้องมีอยู่แล้วสิ

เพราะทุกสถานที่ที่ฉันเคยผ่าน ทุกคนที่ฉันเคยพบ ทุกความรู้สึกที่เคยเกิดขึ้น ไม่ว่าจะสุข โกรธ ผิดหวัง เหนื่อย หรือมีความสุข สุดท้ายมันมักทิ้งอะไรบางอย่างเอาไว้ให้ฉันเขียนเสมอ

เพียงแต่ครั้งนี้ฉันยังไม่รู้ว่า มันจะเป็นเรื่องอะไร

จะเป็นเรื่องของลูกค้าคนหนึ่ง

เรื่องของเพื่อนร่วมงาน

เรื่องของการขาย

เรื่องของความเหนื่อย

เรื่องของความสำเร็จเล็ก ๆ ในวันธรรมดา

หรืออาจเป็นเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยคิดว่าตัวเองกำลังถูกลอยแพ ก่อนจะค้นพบว่า จริง ๆ แล้วทะเลผืนใหม่กำลังพาเธอไปยังที่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

คิดแล้วก็น่าตื่นเต้นดีเหมือนกัน

บางทีฉันอาจไม่จำเป็นต้องรู้ตอนนี้ก็ได้ว่า บริษัทกำลังวางฉันไว้ตรงไหน

ฉันแค่ต้องรู้ว่า เมื่อไปถึงที่นั่นแล้ว

ฉันจะไม่กลับมามือเปล่า

ฉันจะเอาประสบการณ์กลับมา

เอาทักษะกลับมา

เอาความเก่งที่เพิ่มขึ้นกลับมา

เอาเรื่องราวกลับมา

และถ้าโชคดี ฉันอาจได้รู้จักตัวเองในเวอร์ชันที่ไม่เคยเจอมาก่อนกลับมาด้วย

ส่วนบทความชิ้นต่อไปจะชื่ออะไร—

เอาไว้ให้ฉันที่อยู่ตรงนั้นเป็นคนเขียนแล้วกัน

เพราะตอนนี้ฉันเองก็อยากรู้เหมือนกันว่า

เรื่องต่อไปของฉันจะเป็นเรื่องอะไรนะ

น่าตื่นเต้นจังเลย

8/29 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมการทำงานในบทบาทที่ไม่ชัดเจนโดยไม่มีการสื่อสารที่ชัดเจนจากผู้บังคับบัญชาเป็นสิ่งที่ทำให้หลายคนรู้สึกสับสนและเหนื่อยล้าเหมือนกัน ในฐานะคนทำงานขายที่ต้องเผชิญกับความท้าทายและความไม่แน่นอนเช่นนี้ ผมมีประสบการณ์คล้ายคลึงกันที่ทำให้ผมต้องตั้งคำถามกับตัวเองว่าที่เรายืนอยู่นั้นมีความหมายอย่างไร ในสถานการณ์ที่ไม่ได้รับการชี้แนะอย่างชัดเจนจากผู้บริหาร หรือมีการประเมินแบบเงียบ ๆ ผมพบว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการตั้งเป้าหมายและพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ โดยไม่รอความชัดเจนจากภายนอก เช่นเดียวกับที่ผู้เขียนบทความได้ตั้งใจว่า แม้ไม่รู้ว่าองค์กรต้องการอะไร แต่สามารถควบคุมสิ่งที่เราจะได้รับจากประสบการณ์นั้นได้ การเปลี่ยนแปลงสถานที่ทำงานหรือพบลูกค้าใหม่ ๆ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเปิดโลกทัศน์ ฝึกฝนทักษะ และขยายความสามารถ นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสที่ดีในการค้นหาความสามารถที่อาจซ่อนอยู่ โดยเฉพาะเมื่อเราต้องเผชิญกับปัญหาและหาทางแก้ไขเองบ่อยครั้ง จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและความเป็นผู้นำ จากประสบการณ์ตรง ผมอยากแนะนำให้ทุกคนที่กำลังสับสนกับบทบาท ลองมองเรื่องนี้ว่าเป็นโอกาสในการทดลองและเรียนรู้ อย่ากลัวที่จะถามหาความชัดเจน หรือแสวงหาการสนับสนุนในที่ทำงาน แต่ก็อย่าลืมว่าการพัฒนาตัวเองเป็นสิ่งที่ทำได้ด้วยตัวเราเองเสมอ การมีทัศนคติที่ดีและพร้อมรับมือกับความท้าทาย จะช่วยให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืนไม่ว่าจะได้รับตำแหน่งหรือไม่ได้รับตำแหน่งใดๆ ในท้ายที่สุด ความสามารถในการรักษาความสงบและเปลี่ยนความสงสัยเป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาตัวเอง จะนำมาซึ่งความสำเร็จและความพอใจในงานที่ทำ ไม่ว่าสถานการณ์จะยากลำบากแค่ไหน ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ และพร้อมเปิดรับบทเรียนใหม่ ๆ เสมอ