‘สฤณี’ โพสต์ภาพแคป ห้องแชทนักข่าวของพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง

สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการด้านการเงินอิสระ โพสต์

“เมื่อกำแพงเหล็กพังทลาย - ช้างในห้องที่สื่อทำเป็นไม่เห็น

มีน้องนักข่าวส่งมาให้ดูค่ะ ภาพแคปจากห้องแชทนักข่าวของพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง นี่คือเรทการ์ดการลงเนื้อหาในสื่อต่างๆ (แน่นอนว่า ไม่แปะป้ายว่าเป็นเนื้อหาโฆษณาหรือ advertorial) แถมท้ายแบบชิลๆ ด้วยว่า “แบบไม่มีใบเสร็จนะคะพี่” 5555

อะไรแบบนี้กลายเป็น “เรื่องธรรมดา” ของสื่อไทยในยุคนี้ไปแล้ว ยุคที่ “กำแพงเหล็ก” ที่กั้นระหว่างกองบรรณาธิการกับฝ่ายขาย (จรรยาบรรณพื้นฐานของสื่อ) ไม่มีอีกต่อไป อยากให้สังเกตด้วยนะคะว่า ขายวิญญาณกันด้วยราคาถูกมากๆ คือสองพันต่อชิ้นต่อสำนัก และถ้าลง 30 ชิ้นจ่ายราคาเหมาลดให้ด้วย คือ 55,000 ไม่ใช่ 60,000 บาท (5555) มิหนำซ้ำในรายการสื่อที่โม้ว่าซื้อได้ รวมสื่อสาธารณะไทยพีบีเอสด้วย ถถถ

(น้องนักข่าวอธิบายว่า เรทนี้น่าจะเป็นการคอร์รัปชั่นของนักข่าวเอง ที่รับเงินเอง องค์กรไม่รู้ ฝ่ายขายไม่รู้ เพราะปกติราคาทางการไม่ใช่เรทนี้ อย่างน้อยข่าวหนึ่งต้องหลักหมื่น แต่ก็มีอีกเช่นกัน ที่องค์กรข่าวบางแห่งเห็นสิ่งนี้เป็นโอกาส ว่าถ้านักข่าวดีลหาเงินได้ ก็ให้ช่วยหาผู้บริหารไปเจอเผื่อขอเงินก้อนใหญ่ขึ้น — ถถถถ ฟังแล้วรู้สึกว่า วงการนี้โคตรเละเทะ 555)

ที่แย่กว่านี้อีกคือ สื่อสำนักที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อนี้ก็ไม่ได้แปลว่า ไม่ยอมขายวิญญาณนะ บางสำนักแค่คิดแพงกว่านี้มาก เพราะออกแบบเนื้อหาให้เสร็จสรรพเสมือนเป็นเอเยนซี 555

ขณะที่เรากำลังมุ่งหน้าสู่การเลือกตั้ง สื่อหลายสำนักประกาศขึงขังว่าจะตรวจสอบข้อเท็จจริง ไม่ลงเฟคนิวส์ บลาบลา แต่ยังไม่เห็นใครพูดถึง ”ช้างที่อยู่ในห้อง“ เลยค่ะว่า สิ่งเหล่านี้จะมีประโยชน์อันใด ในเมื่อเงินมาก็หุบปาก :>”

Cr.สรยุทธกรรมกรข่าว

1/8 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมในฐานะที่ติดตามข่าวสารและวงการสื่อหลายปี ผมเห็นว่าปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่ยังคงรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อสื่อซึ่งควรเป็นเสาหลักของสังคมกลับขายข่าวหรือเนื้อหาให้กับพรรคการเมืองหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่งโดยไม่แสดงความโปร่งใส หลายครั้งผมเองก็เคยพบว่าข่าวบางชิ้นดูไม่สมจริงหรือไม่ตรงกับข้อเท็จจริง บางทีก็สงสัยว่ามีเบื้องหลังเรื่องการจ่ายเงินเพื่อแลกกับการนำเสนอข่าวเหล่านั้นหรือไม่ ภาพที่ได้รับมาจากห้องแชทนี้ทำให้เห็นภาพชัดเจนว่าการค้าข่าวในประเทศไทยมีราคาถูกเพียงชิ้นละ 2,000 บาท และหากซื้อในปริมาณมากยังมีส่วนลดแบบเหมาจ่าย ถือเป็นการทำลายจรรยาบรรณที่ควรมีในวงการสื่ออย่างรุนแรง สิ่งนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ข้อมูลข่าวสารเกิดการบิดเบือน แต่ยังทำให้ประชาชนสูญเสียความมั่นใจในสื่อ กระทบต่อกระบวนการประชาธิปไตย เพราะสื่อควรเป็นกลไกในการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ ไม่ใช่เครื่องมือโฆษณาซ่อนเร้น ประสบการณ์ส่วนตัวในการค้นหาข่าวและข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ทำให้ผมมองว่าการเป็นผู้บริโภคข่าวที่ดีควรตรวจสอบข่าวสารหลายแหล่งเสมอ รวมถึงส่งเสริมสื่อที่มีความโปร่งใสและเป็นกลาง สิ่งที่สื่อควรทำในช่วงก่อนการเลือกตั้งคือการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเข้มงวดและไม่ยอมให้มีการขายเนื้อหาข่าวที่ปิดบังหรือบิดเบือน ซึ่งถ้าทำไม่ได้ ความน่าเชื่อถือของสื่อไทยในระยะยาวจะถูกทำลายอย่างหนัก สุดท้ายนี้ ผมหวังว่าสังคมและองค์กรสื่อไทยจะตื่นตัวและกลับมาใส่ใจจรรยาบรรณในวิชาชีพมากขึ้น เริ่มตั้งแต่การจัดการปัญหาภายในเหมือนที่เห็นในภาพแคปนี้ เพื่อหยุดวงจรเลวร้ายของการค้าข่าว และคืนความน่าเชื่อถือของสื่อให้กับประชาชนอย่างแท้จริง