‘พาณิชย์’ เบรกขึ้นราคา ‘น้ำมันปาล์มขวด’ ยัน สต็อกเพียงพอทั้งบริโภค และภาคพลังงาน ตามนโยบายรัฐบาล ชี้ปัจจุบันราคาขายขวดละ 42–50 บาท ตามยี่ห้อ ยังไม่พบสัญญาณการขึ้นราคา ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก

วันที่ 20 มี.ค.69 นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กรมการค้าภายในได้ติดตามสถานการณ์น้ำมันปาล์มอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านปริมาณผลผลิต สต็อก และระดับราคา เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค โดยปัจจุบันประเทศไทยมีสต็อกน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) อยู่ประมาณ 350,000 ตัน ซึ่งยังอยู่ในระดับเพียงพอต่อการบริหารจัดการภายในประเทศ

นายวิทยากร กล่าวว่า ในช่วงเดือนเมษายนต่อเนื่องถึงเดือนกรกฎาคม ผลผลิตปาล์มน้ำมันฤดูกาลใหม่จะทยอยเข้าสู่ระบบ โดยคาดว่าในแต่ละเดือนจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดไม่ต่ำกว่า 400,000 ตัน เมื่อรวมกับสต็อกที่มีอยู่ จะทำให้ปริมาณน้ำมันปาล์มในประเทศมีเพียงพอรองรับทั้งการบริโภคภายในประเทศ และความต้องการใช้ในภาคพลังงาน ไม่ว่าจะเป็น B7 B10 ตามนโยบายของรัฐบาล ส่งผลให้ภาพรวมปริมาณสินค้าอยู่ในภาวะสมดุล และช่วยให้ราคาผลปาล์มน้ำมันอยู่ในระดับที่ดีขึ้นด้วย

สำหรับสถานการณ์ราคาจำหน่ายน้ำมันปาล์มบรรจุขวด มีการติดตามการจำหน่ายอย่างใกล้ชิด โดยปัจจุบันราคาจำหน่ายอยู่ที่ประมาณขวดละ 42–50 บาท แตกต่างกันไปตามยี่ห้อสินค้า และยังไม่พบสัญญาณการปรับขึ้นราคาแต่อย่างใด

โดยล่าสุด กรมการค้าภายในได้ประสานไปยังผู้ผลิต ห้างค้าส่ง ค้าปลีก รวมถึงสมาคมการค้าปลีกและค้าส่ง อย่างต่อเนื่อง โดยยืนยันว่า ยังไม่มีการปรับขึ้นราคาน้ำมันปาล์มแต่อย่างใด และภาครัฐยังติดตามโครงสร้างราคาสินค้าตั้งแต่ต้นทางการผลิต โรงสกัด โรงกลั่น ไปจนถึงราคาจำหน่ายปลายทางอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสทางการค้า

นายวิทยากร กล่าวต่อว่า “สินค้าน้ำมันปาล์มบรรจุขวดเป็นสินค้าควบคุม ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (คณะกรรมการ กกร.) ภายใต้พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 กรมการค้าภายใน ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการ กกร. มีอำนาจกำกับดูแลและเสนอให้คณะกรรมการ กกร. พิจารณาทบทวนมาตรการที่เหมาะสม เพื่อรักษาสมดุลทั้งด้านต้นทุนการผลิต รายได้เกษตรกร และภาระค่าครองชีพของประชาชน

“ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กรมการค้าภายในจะเร่งพิจารณาทบทวนมาตรการเพิ่มเติมสำหรับสินค้าควบคุมโดยเร็ว เพื่อให้การกำกับดูแลราคาสินค้าเป็นไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์

ในช่วงสถานการณ์ที่มีความผันผวน กรมการค้าภายในขอความร่วมมือผู้ประกอบการห้ามปรับขึ้นราคาสินค้าและบริการโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร พร้อมขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกไปกับกระแสข่าว และขอให้เชื่อมั่นว่ากรมการค้าภายในได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งหากพบเห็นการจำหน่ายสินค้าแพงเกินสมควร การกักตุน หรือปฏิเสธการจำหน่ายสินค้า สามารถแจ้งเบาะแสพร้อมรายละเอียดสถานที่เกิดเหตุได้ผ่านสายด่วน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป” นายวิทยากร กล่าวทิ้งท้าย

3/20 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ตรงในการติดตามสถานการณ์น้ำมันปาล์มในตลาด ผมเห็นว่าการที่กรมการค้าภายในออกมาเบรกเรื่องการขึ้นราคาน้ำมันปาล์มขวดถือเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะช่วงนี้ผู้บริโภคมักวิตกกังวลเรื่องราคาสินค้าอาหารที่อาจจะพุ่งสูงขึ้นโดยเฉพาะน้ำมันปาล์มที่เป็นวัตถุดิบหลักในครัวเรือนและอุตสาหกรรมอาหาร ในหลายๆ ครั้ง กระแสข่าวเกี่ยวกับการขาดแคลนน้ำมันปาล์มหรือการกักตุนสินค้า ก็สร้างความหวั่นวิตกแก่ประชาชนได้ง่าย แต่จากข้อมูลล่าสุดที่ยืนยันว่าปริมาณน้ำมันปาล์มดิบในสต็อกประมาณ 350,000 ตัน พร้อมด้วยผลผลิตใหม่ที่จะทยอยเข้าสู่ตลาดทำให้มั่นใจได้ว่ามีปริมาณน้ำมันเพียงพอสำหรับทั้งการบริโภคและใช้ในภาคพลังงาน นอกจากนี้ การติดตามและตรวจสอบตั้งแต่ต้นทางของการผลิตไปจนถึงปลายทางการจำหน่าย นับว่าช่วยป้องกันการฉวยโอกาสทางการค้า ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ราคาขายน้ำมันปาล์มบรรจุขวดยังคงทรงตัวอยู่ในช่วง 42–50 บาทต่อขวดตามยี่ห้อ สำหรับผู้บริโภคถ้าเห็นว่ามีการจำหน่ายน้ำมันปาล์มราคาแพงเกินสมควร หรือมีการกักตุนควรแจ้งกับกรมการค้าภายในผ่านสายด่วน 1569 ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญที่จะช่วยควบคุมให้ราคาสินค้าอยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่สร้างภาระค่าครองชีพเพิ่มขึ้น ในแง่ของเกษตรกรและผู้ประกอบการ ผมเห็นว่าการรักษาสมดุลระหว่างต้นทุนการผลิต รายได้ของเกษตรกร และราคาที่ผู้บริโภคสามารถรับได้ ถือเป็นประเด็นที่สำคัญมาก เพราะจะช่วยให้โครงสร้างตลาดน้ำมันปาล์มมีความยั่งยืนและลดความผันผวนของราคาในระยะยาว สรุปคือ การที่กรมการค้าภายในมีมาตรการกำกับดูแลอย่างเข้มงวดช่วยสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภคและเกษตรกรได้อย่างดีในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนเช่นนี้