9เมษายน

‘อนุทิน‘ดอด! ไหว้ศาลหลักเมือง

แต่เช้า พบ เปลี่ยน จุดตั้งเครื่องสักการะ

เป็นด้านข้างศาล ติดกับกระทรวงกลาโหม แม้จะมีพื้นที่แคบ

แต่มีความเชื่อว่า ทิศนี้ ศักดิ์สิทธิ์

แตกต่างจากที่ผ่านมา นายกฯ และ รมวกลาโหม จะตั้งโต๊ะสักการะ ในอีกด้านหนึ่ง

ก่อนเข้าสภาฯ แถลงนโยบายรัฐ “บิ๊กดุลย์-ปลัดกห.-ปลัดมท.”ร่วมด้วย

.

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เข้าสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ตั้งแต่เช้า ราว 0700 น. โดยมี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม และนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมคณะ โดยเป็นที่น่าสังเกตว่ามีการตั้งโต๊ะถวายเครื่องสักการะ ด้านข้างศาลหลักเมือง ฝั่งที่ติดกับกระทรวงกลาโหม จะเป็นพื้นที่แคบก็ตาม แตกต่างจากนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมหลายคนในอดีตที่ผ่านมาจะตั้งโต๊ะสักการะ ใน อีกด้านหนึ่ง

Cr.วาสนา นาน่วม

#ศา#ศาลหลักเมือง#กลาโหม

4/9 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมพิธีสักการะศาลหลักเมืองถือเป็นสิ่งสำคัญที่แสดงถึงความเคารพต่อจิตวิญญาณของกรุงเทพมหานคร และความเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่นี้ การที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เลือกเปลี่ยนจุดตั้งเครื่องสักการะไปยังด้านข้างศาลที่ติดกับกระทรวงกลาโหม แม้พื้นที่จะมีจำกัด แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะสักการะในทิศที่มีความหมายและเชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์กว่าที่เคยเป็นมา การเลือกทิศทางนี้แตกต่างจากอดีตที่มักตั้งโต๊ะสักการะแต่ด้านหนึ่ง ซึ่งสะท้อนถึงความเข้าใจและการให้ความสำคัญกับความเชื่อประจำถิ่นที่มีความลึกซึ้งไปอีกระดับ ในเชิงสัญลักษณ์ การทิ้งตำแหน่งเก่าไปเพื่อเลือกตำแหน่งใหม่ที่เชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ อาจนำพาความสำเร็จและความมั่นคงในการทำงาน โดยเฉพาะในช่วงที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหมต้องเตรียมตัวแถลงนโยบายต่อสภาผู้แทนราษฎร จากประสบการณ์ส่วนตัว การได้เห็นพิธีกรรมแบบนี้ทำให้เข้าใจได้ว่าการบริหารงานของผู้นำมักสอดแทรกด้วยความศรัทธาและขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งทำให้รู้สึกถึงความเชื่อและความตั้งใจจริงในการทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง ถือเป็นการผสมผสานวัฒนธรรมและการเมืองที่ลงตัวและน่าสนใจ อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อดั้งเดิมยังมีบทบาทสำคัญในสังคมปัจจุบันอย่างไม่น้อยเลยทีเดียว