21เมษายน69
‘ปธ.กมธ.เศรษฐกิจฯ สว.’ ถอยแทบไม่ทัน! รายงานศึกษาขึ้น VAT จาก 7 เป็น 10% ไม่เข้าที่ประชุมแล้ว ‘สว.กัมพล’ ยัน ไม่ได้กลัว ไม่ได้มีเจตนาร้าย ลั่น ผมก็มาจากคนจน เสนอขึ้นแบบขั้นบันได ไม่กระทบประชาชน วาระเข้าเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ไม่ใช่ช่วงนี้
วันที่ 21 เม.ย.69 ที่อาคารรัฐสภา นายกัมพล สุภาแพ่ง ประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) การเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ได้ยื่นเรื่องขอถอนวาระการพิจารณา ศึกษาเรื่องแนวทางการปรับโครงสร้างภาษีของประเทศไทย โดยให้เหตุผลว่า ไม่ได้กลัว แต่ไม่ได้มีเจตนาร้าย แต่เจตนาให้ทุกฝ่ายมีความเป็นอยู่ที่ดี โดยเฉพาะเงินเหล่านี้จะตกไปอยู่กับชนชั้นล่าง
พร้อมชี้แจงถึงการจัดทำรายงานเนื่องจาก ปัญหาการขอขึ้นค่าแรง งบประมาณการดูแลผู้สูงอายุ สาธารณูปโภค สวัสดิการการรักษาพยาบาล ที่ยังไม่มีงบประมาณดำเนินการเพียงพอ จึงมีข้อเสนอแนะให้กรรมาธิการเศรษฐกิจฯศึกษาในเรื่องนี้ ซึ่งได้มีการศึกษาข้อมูลทั้งอดีตปัจจุบันและอนาคตอย่างครอบคลุม และหลังจากรายงานเสร็จสิ้นก็เตรียมที่จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมวุฒิสภา
นายกัมพล ยังกล่าวต่อว่าเห็นด้วยกับการทำรายงานศึกษาชิ้นนี้เพราะ หากจะต้องนำเงินไปดูแลผู้สูงอายุ ภาครัฐจะต้องหาเงิน และได้ให้ข้อเสนอแนะไปว่า จะต้องไม่กระทบกับผู้มีรายได้น้อย ซึ่งในการศึกษาเป็นการเพิ่ม VAT แบบขั้นบันได เช่น ปีละ1% 3ปีก็3% เน้นกลุ่มผู้มีรายได้ ขณะเดียวกันวุฒิสภาก็ไม่มีหน้าที่ไปสั่งคณะรัฐมนตรีให้ดำเนินการตามรายงาน เพียงแต่ ในอำนาจหน้าที่ได้ศึกษาและให้ข้อเสนอแนะเท่านั้น หากรัฐบาลจะไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไร
"บางทีอ่านรายงานไม่ละเอียด พูดว่าขึ้น 10% ถ้าเป็นผมเห็นอย่างนั้นก็ไม่เอา เพราะผมก็ไม่ได้มีเงินทองมาก ทุกวันนี้ก็เสียภาษีเยอะ ทำเป็นเพียงรายงานเพื่อต่อไปในอนาคตเราพร้อม แต่บังเอิญมาตรง กลับสงครามตะวันออกกลาง แล้วเอาเข้ามาในสภาใหญ่ ทั้งที่รายงานฉบับนี้ทำตั้งแต่ปีที่แล้ว ผมก็เลยงงเพราะเพิ่งรู้เมื่อวาน "นายกัมพลกล่าว
นายกัมพล ยังกล่าวย้ำว่า อยู่ๆก็มาพูดกันเรื่องขึ้นภาษี เป็นเราก็ตกใจ จึงคิดว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะเป็นเพียงแค่รายงานเชิงวิชาการ เท่านั้น เดี่ยวจะหา ว่าสว. และกรรมาธิการไม่ทำงาน ท้ายที่สุดแล้วจึงตัดสินใจถอนรายงานออก ทั้งที่รายงานไม่มีผลกระทบกับประชาชน เพราะอาจจะได้สวัสดิการที่ดีขึ้น แม้จะไม่ใช่ในตอนนี้แต่เป็นในอนาคต
"ขึ้นเป็นขั้นบันไดไม่กระทบอะไรเลย กระทบผู้มีรายได้มากมาจนเจือพวกเรา เพื่อจะได้เสมอภาคกันไม่งั้นเขาได้เปรียบเราตลอด พ่อค้านายทุนต่างๆที่ร่ำรวย เสียภาษีก็มีการหลบเลี่ยงได้ ผมก็มาจากคนจน"นายกัมพลกล่าว
นายกัมพล ยังกล่าวย้ำว่า รายงานจะเข้าเมื่อไหร่ก็ได้ ที่ประเทศมีความพร้อม ประชาชนอยูาดีกินดีแล้ว เพราะเรื่องนี้ประชาชนได้ประโยชน์ ซึ่งในรายงานมีการศึกษาเปรียบเทียบภาษีของแต่ละประเทศ โดยเมียนมา VAT อยู่ที่ 5% ประเทศไทย 7% นอกนั้นประเทศในอาเซียนสูงกว่าประเทศไทยทั้งหมด สูงสุด 14 %
นายกัมพล ยังยืนยันว่าราย งานการขึ้นภาษีไม่ได้เกี่ยวข้องกับ พ.ร.ก. เงินกู้5แสนล้านบาทแต่บังเอิญรายงานฉบับนี้เข้าวาระการประชุมในจังหวัดที่ไม่ดี





























