26เมษายน69

‘ศุภณัฐ’ ฟาด ‘กรมทางหลวงชนบท’ เอาใจรัฐมนตรี ปม ลดไฟถนนเส้นทางเสี่ยงต่ำ ประหยัดพลังงาน ชี้ เดิมก็มืดอยู่แล้ว ปิดเพิ่ม-อุบัติเหตุตามมาแน่ บอก ปิดไฟช่วยไม่ได้เท่าไร เหตุระยะห่าง-ความถี่-ตำแหน่ง ถูกกำหนดเพื่อกระจายแสงให้เพียงพอต่อการใช้งาน แนะเปลี่ยนหลอดไฟจากไฟส้มแสงจันทร์ เป็นไฟ LED

เมื่อวันที่ 25 เม.ย.69 นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน โพสต์ปม กรมทางหลวงชนบท ดีเดย์ 1 พ.ค. ปรับลดไฟถนนเส้นทางเสี่ยงต่ำ ช่วยชาติประหยัดพลังงาน โดยจุดเสี่ยง-เขตชุมชน ยังเปิดตามปกติ

“*ยิ่งปิดยิ่งมืด - เดิมก็มืดอยู่แล้ว สายไฟโดนขโมยบ่อย ถ้าปิดเพิ่ม อุบัติเหตุตามมาแน่นอนครับ

การที่กรมฯประกาศปรับลดไฟถนน เชื่อว่าอาจแค่การรับลูกนโยบายเพื่อจะเอาใจรัฐมนตรีเท่านั้น

แต่ในทางปฎิบัติการปิดไฟถนนทางหลวง โดยไม่เพิ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุแทบเป็นไปไม่ได้

จะมีก็คงเป็นพวกเสาไฟกินรี-เสาไฟนวัตกรรม ที่อบจ.จงใจติดไฟถี่เกินความจำเป็น เพื่อจะขอเบิกงบเยอะๆ เพราะส่วนต่างไฟมันมีมูลค่าสูงมาก ตังทอนเยอะ ซึ่งถนนแบบนี้อาจจะเป็นไปได้ที่จะปิดดวงเว้นดวงได้ แล้วยังขับได้สบายๆอยู่

แต่สำหรับถนนกรมทางหลวงชนบท คงไม่มีถนนเส้นไหนที่ติดไฟถี่เกินความจำเป็น เหมือนที่ อบจ.บางแห่งทำอย่างแน่นอน”

ต่อมายังโพสต์เพิ่ม ข้อเสนอให้เปลี่ยนหลอดไฟจากไฟส้ม HPS (แสงจันทร์) เป็นไฟ LED

“สิ่งที่กรมทางฯ ควรทำคือ การเปลี่ยนหลอดไฟจากไฟส้ม HPS (แสงจันทร์) เป็นไฟ LED ซึ่งจะประหยัดพลังงานได้ดีกว่า และยั่งยืนกว่า การดับไฟบนถนนนะครับ

การที่กระทรวงคมนาคมมาโฟกัสเรื่องปิดไฟ คงช่วยไม่ได้เท่าไร เพราะระยะห่าง-ความถี่-ตำแหน่งของ หลอดไฟมันถูกกำหนดมา เพื่อการกระจายแสงให้เพียงพอต่อการใช้งาน

ถ้าปิดไฟก็ต้องกระทบต่อผู้ใช้งานถนน เสี่ยงอันตราย และในหลายพื้นที่ก็ไฟดับมานานแล้วด้วย ยิ่งปิดก็ยิ่งไม่มืด ปลายทางนโยบายนี้คงแทบไม่ได้ทำอะไร

ถ้าจะประหยัดไฟอย่างมีประสิทธิภาพ กระทรวงไปเน้นเปลี่ยนหลอดไฟเป็น LED ให้ครบดีกว่าครับ”

4/26 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวในการใช้ถนนในหลายพื้นที่ พบว่าไฟถนนที่ดับหรือปิดเพิ่มนั้นส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยจริง แม้จะเป็นถนนที่อาจมีการระบุตำแหน่งว่าเสี่ยงต่ำน้อยก็ตาม การลดไฟลงทำให้บริเวณรอบๆ กลางคืนดูมืดและยากต่อการมองเห็นทาง ซึ่งอาจจะเพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุรถชนหรือรถเสียหลักได้ นอกจากนี้การเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED ที่ให้แสงสว่างมากกว่าแต่ใช้พลังงานน้อยกว่าหลอดไฟส้ม HPS ตามที่ “ศุภณัฐ” แนะนำ นอกจากจะช่วยลดการใช้พลังงานแล้ว ยังช่วยให้ถนนสว่างขึ้นและกระจายแสงได้ดีกว่า เป็นผลดีต่อทั้งผู้ขับขี่และคนเดินถนนอย่างมาก ภาครัฐควรมุ่งเน้นไปที่นวัตกรรมการปรับปรุงระบบไฟถนน ด้วยการลงทุนเปลี่ยนหลอดไฟเป็น LED ทั่วประเทศเพื่อความประหยัดพลังงานและลดอุบัติเหตุ อย่างไรก็ดี ในหลายพื้นที่ที่ไฟถนนดับมาหลายปี ผู้รับผิดชอบควรเร่งตรวจสอบและซ่อมแซมระบบไฟฟ้าให้กลับมาทำงานตามปกติ บางครั้งการปิดไฟชั่วคราวเพราะสายไฟถูกขโมยหรือขาด จะทำให้ถนนมืดมากจนไม่ปลอดภัย การแก้ไขนี้จึงต้องทำควบคู่กับการปรับระบบไฟเพื่อป้องกันเหตุการณ์ซ้ำซาก สรุปคือ การลดไฟถนนด้วยการปิดไฟบ่อยๆ แบบนี้ไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด ควรเปลี่ยนมาเน้นใช้หลอดไฟ LED ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าและช่วยประหยัดไฟอย่างแท้จริง พร้อมทั้งยังคงความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ถนนอย่างครบถ้วน