9 พค.69
โลกกลม! ‘ปืนตำรวจ’ ในครอบครอง ‘หมิงเฉิน ซัน’ พบเปลี่ยนผู้ถือครองมาแล้ว 4 มือ ก่อนเมียเก่านายเฉิน ที่เป็นอดีตแฟนตำรวจห้วยขวางที่ถือครองปืนมือสุดท้าย ติดต่อขอซื้อต่อมา 1 แสนบาท บก.น.2 ตั้งกรรมการสอบ
กรณี ผบ.ตร.เรียกประชุมด่วนติดตามคดี ‘หมิงเฉิน ซัน’ อายุ 31 ปี หลังพบซุกซ่อนอาวุธสงครามและระเบิดซีโฟร์จำนวนมาก ไว้ในบ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในอ.บางละมุง จ.ชลบุรี และตรวจสอบคลิปวีดีโอในโทรศัพท์มื อถือผู้ต้องหา พบภาพเคยฝึกซ้อมยิงปืนในพื้นที่ทหารเขมรหน่วยรบพิเศษ BHQ โดยอาวุธปืนผู้ต้องหาอ้างสั่งซื้อออนไลน์ เพราะชื่นชอบอาวุธ และเตรียมใช้ทำร้ายตัวเอง แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ เหตุพบข้อพิรุธหลายจุด เร่งตรวจเส้นทางการเงิน-มือถือ หาความเชื่อมโยง รวมทั้งพบทะเบียนปืนพกที่เคยเป็นชื่อครอบครองของตำรวจสังกัดตำรวยนครบาล 2 ก่อนเปลี่ยนมือหลายทอดจนมาถึงผู้ต้องหา
ความคืบหน้า วันที่ 9 พ.ค.69 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 , พล.ต.ต.ทินกร สมวันดี ผบก.อก.บช.น. ตรวจสอบพบว่า อาวุธปืนที่หนุ่มจีนซื้อมาดังกล่าว เป็นของข้าราชการ ตำแหน่ง รอง สวป.สน.สายไหม แต่ถูกนำไปจำนำให้เพื่อน สมัยทำงานอยู่ที่ กก.สส.บก.น.2 ปี 54 แล้วถูกนำขายต่อไปยังตำรวจ สน.เตาปูน แล้วถูกนำไปขายต่อให้ตำรวจฝ่ายอำนวยการ บช.น. และขายต่อให้ รองสว.อก.สน.ห้วยขวาง ที่ถูกออกจากราชการและถูกจำคุกคดีเจ้าพนักงานรับสินบนบุหรี่ไฟฟ้า มาแล้ว 3 ปีกว่า เป็นมือสุดท้าย
ทั้งหมดเปลี่ยนผู้ถือครองมาแล้ว 4 ต่อ โดย น.ส.แพรว อดีตภรรยานายเฉิน ผู้ต้องหาชาวจีน เคยเป็นแฟนเก่าของนายตำรวจดังกล่าว นายเฉิน อยากได้ปืน จึงติดต่อซื้อขายในราคา 100,000 บาท
ทั้งนี้ ตำรวจ บก.น.2 ได้เรียกผู้เกี่ยวข้องทำการสอบปากคำกรณีดังกล่าว นอกจากนี้ ทาง บก.น.2 และ บก.อก.บช.น. สั่งการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตำรวจที่เกี่ยวข้องดังกล่าว
ประเด็นที่น่าสนใจจากกรณีนี้ คือการไล่เรียงเส้นทางของอาวุธปืนตำรวจที่ผ่านมือมาแล้วถึง 4 ครั้ง ก่อนจะมาถึงผู้ต้องหา ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่สะท้อนความเป็นไปได้ในการจัดการหรือผิดกฎหมายภายในองค์กรตำรวจเอง ในฐานะผู้ติดตามข่าวคดีนี้ ผมคิดว่าการตั้งกรรมการสอบสวนถือเป็นก้าวที่ถูกต้อง เพราะจะช่วยเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกว่าการเปลี่ยนมือปืนครั้งนี้เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีพฤติกรรมไม่ชอบมาพากลหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินและการครอบครองอาวุธอย่างใกล้ชิด สิ่งที่ผมอยากเสริมคือ การติดตามความเคลื่อนไหวเรื่องนี้ต่อไปจะทำให้เรามองเห็นภาพรวมของปัญหาการครอบครองและแลกเปลี่ยนอาวุธปืนในกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งอาจส่งผลต่อความปลอดภัยโดยรวมของประชาชนได้ และยังเป็นบทเรียนสำคัญว่าการควบคุมและตรวจสอบการถือครองอาวุธอย่างเข้มงวดนั้นเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง หากมองจากแง่มุมของผู้ที่สนใจข่าว ผมแนะนำให้ข้อมูลนี้ถูกนำมาเป็นฐานในการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันอย่างกว้างขวาง เพื่อสร้างความเข้าใจและส่งเสริมความโปร่งใสในองค์กรที่เกี่ยวข้องต่อไป ท้ายที่สุดคดีนี้ยังมีประเด็นข้อพิรุธหลายจุดและความเชื่อมโยงกับกลุ่มคนในองค์กรตำรวจที่ถูกตั้งข้อสงสัย จึงเป็นเหตุผลให้ประชาชนทั่วไปต้องติดตามอย่างใกล้ชิดและรอผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อไป
