15 พค.69

‘กรมป่าไม้’ ออกแถลงการณ์ ปม ถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 10 มูลค่าสินบนเฉลี่ยต่อครั้ง 67,500 บาท

จากกรณีผลสำรวจความโปร่งใสของภาคเอกชน (กกร.) และมาตรการยกระดับธรรมาภิบาลองค์กรตามที่มีการเผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ โดยคณะทำงาน Zero Corruption : กกร. เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ซึ่งระบุว่า กรมป่าไม้ ถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 10 โดยมีมูลค่าสินบนเฉลี่ย ต่อครั้ง 67,500 บาท นั้น

กรมป่าไม้ ขอยืนยันเจตนารมณ์อย่างชัดเจนว่า กรมป่าไม้ไม่มีนโยบายสนับสนุน หรือยอมรับการทุจริตและคอร์รัปชันทุกรูปแบบ ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยยึดมั่นหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส ความซื่อสัตย์สุจริต และการปฏิบัติราชการเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ

กรมป่าไม้ ให้ความสำคัญกับการบริหารราชการด้วยความถูกต้องเป็นธรรม ตรวจสอบได้ และปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับของทางราชการอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งส่งเสริมให้บุคลากรทุกระดับมีจิตสำนึกด้านคุณธรรมและจริยธรรมในการปฏิบัติหน้าที่

ทั้งนี้ หากตรวจพบการกระทำที่เข้าข่ายทุจริต ประพฤติมิชอบ หรือเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ กรมป่าไม้จะดำเนินการตรวจสอบและดำเนินการทางวินัย รวมถึงดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยไม่มีการละเว้น กรมป่าไม้ขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ บุคลากรทุกภาคส่วน ตลอดจนประชาชน ร่วมกันเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสการทุจริต เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการบริหารงานภาครัฐที่โปร่งใส โดยประชาชนและภาคเอกชน สามารถแจ้งเบาะแสการทุจริตได้ที่สายด่วน 1310 กด 3 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือศูนย์บริการประชาชน โทร.02 561 4292 - 3 ต่อ 5053 ในวันและเวลาราชการ

5/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากกรณีที่มีการสำรวจและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของกรมป่าไม้นั้น ทำให้เกิดความกังวลในหมู่ประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวกับภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือขององค์กร ผมมีประสบการณ์ในการติดตามและทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พบว่าการบริหารราชการในด้านนี้มีความซับซ้อนและต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและต่อต้านการทุจริตได้อย่างมีประสิทธิภาพ กรมป่าไม้ได้แสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนในเรื่องนี้ว่าพยายามขจัดการประพฤติมิชอบทุกรูปแบบ ซึ่งแสดงถึงการรับรู้และความตั้งใจในการดำเนินงานตามแนวทางธรรมาภิบาล การที่องค์กรเหล่านี้เปิดช่องทางให้ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสการทุจริตผ่านสายด่วนหรือศูนย์บริการประชาชนเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะเป็นการส่งเสริมความมีส่วนร่วมและความโปร่งใสอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม การตระหนักและฝึกจิตสำนึกคุณธรรมในบุคลากรทุกระดับถือเป็นหัวใจหลักที่จะทำให้การบริหารราชการเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องและโปร่งใส ผมเคยเห็นในบางองค์กรที่มีการจัดอบรมสร้างจริยธรรมและธรรมาภิบาลอย่างต่อเนื่อง ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันลดลงได้อย่างจริงจัง สำหรับประชาชน การรู้จักช่องทางแจ้งเบาะแสและมีทัศนคติที่ไม่ยอมรับการทุจริตถือเป็นบทบาทสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความโปร่งใสในภาครัฐ นอกจากนี้การติดตามข่าวสารและการเปิดรับข้อมูลที่ถูกต้องจะช่วยให้เข้าใจสถานการณ์และปัญหาในภาพรวมได้ดีขึ้น จึงหวังว่าแถลงการณ์จากกรมป่าไม้ในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกที่เกิดขึ้นจริงและเห็นผลได้ในเร็ววัน