22 พค.69

‘สุชาติ’ ส่งทีมทนายความแจ้งความเพิ่ม ‘ไอซ์ รักชนก’ ปมโพสต์กล่าวหา “คนถ่อย-กิริยาทราม” ยัน ไม่ใช่การฟ้องปิดปาก แต่ปกป้องสิทธิ์ เตือนคนแชร์คลิปหรือข้อความ หากมีเจตนาด่าทอหรือสร้างความเสียหายจะดำเนินคดีทุกราย

วันที่ 22 พ.ค.2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมาย ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ทีมทนายความ เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ ‘ไอซ์ รักชนก’ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เพิ่มเติม ที่ สน.ทองหล่อ กรณีโพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในลักษณะ “คนถ่อย กิริยาต่ำทราม” โดยเห็นว่าเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงและทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง

ดร.ณัฐวุฒิ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้เข้าแจ้งความ.น.ส.รักชนก ไว้แล้วครั้งหนึ่งที่ สน.ทองหล่อ เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2569 จากกรณีโพสต์ข้อความ “คนชั่วครองเมือง-รับสินบน” ซึ่งข้อความที่เข้าข่ายกล่าวเท็จ และทำให้รัฐมนตรีเสียหาย โดยพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องไว้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย หลังจากวันดังกล่าว คิดว่าเรื่องจะยุติแล้ว แต่ต่อมายังมีการโพสต์ข้อความในลักษณะพาดพิง แม้ไม่ได้เอ่ยชื่อนายสุชาติโดยตรง แต่มีถ้อยคำในเชิงดูหมิ่น เช่น กล่าวหาว่าเป็น “คนถ่อย” หรือมี “กิริยาทราม” ซึ่งมองว่าเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงและสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียง

ดร.ณัฐวุฒิ ยืนยันว่า นายสุชาติ ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญก่อนเข้ารับตำแหน่ง และไม่เคยมีการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง จึงจำเป็นต้องออกมาปกป้องสิทธิของตนเอง

นอกจากนี้ ยังพบว่าบัญชีชื่อ “คุณม๊วฟ Chatter” ได้นำภาพนายสุชาติมาสร้างคลิปด้วยระบบ AI จนทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด และเกิดความเสียหาย โดยคลิปดังกล่าวมียอดรับชมกว่า 3 ล้านครั้ง ขณะนี้อยู่ระหว่างให้พนักงานสอบสวนสืบสวนหาตัวบุคคลที่อยู่เบื้องหลัง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

ดร.ณัฐวุฒิ ยังระบุอีกว่า ฝ่ายกฎหมายกำลังตรวจสอบเนื้อหาบางส่วนเพิ่มเติมของบท “สอดสร้อยมาลา” ที่นางสาวรักชนก เคยออกมาวิพากษ์วิจารณ์ลดทอนคุณค่าบทละครสอดสร้อยมาลา และมีการกล่าวถึง สถาบันพระมหากษัตริย์ หากพบว่ามีความผิดก็จะดำเนินการตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังมีพรรคการเมืองโพสต์เกี่ยวกับองคมนตรี ก่อนที่ สส.หญิงคนดังกล่าวจะมีการแชร์โพสต์ข้อความดังกล่าวต่อมองว่า การกระทำหรือเจตนามันชัด

อย่างไรก็ตาม ดร.ณัฐวุฒิ ยืนยันว่า การแจ้งความครั้งนี้ไม่ใช่การฟ้องปิดปาก แต่เป็นการใช้สิทธิตามกฎหมาย โดยระบุว่า แม้บุคคลสาธารณะจะสามารถถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่ต้องไม่ล้ำเส้นสิทธิหรือใช้ถ้อยคำที่เป็นการดูหมิ่นจนเกินขอบเขต และการติชมดังกล่าวต้องเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะตามกฎหมาย

เมื่อถามว่าจะมีการดำเนินคดีกับประชาชนที่แชร์ข้อความหรือคลิปวิดีโอดังกล่าวด้วยหรือไม่ ดร.ณัฐวุฒิ ระบุว่า หากเป็นการแชร์โดยไม่รู้ข้อเท็จจริงหรือเกิดจากความเข้าใจผิด ก็จะพิจารณาเป็นรายกรณี แต่หากพบว่าเป็นการแชร์ด้วยเจตนาเพื่อด่าทอหรือสร้างความเสียหาย ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายทุกกรณี พร้อมเตือนประชาชนให้ใช้วิจารณญาณในการแชร์ข้อมูลบนโลกออนไลน์ สุดท้ายแล้วถูกดำเนินคดีไม่มีใครช่วยได้ เนื่องจากการแชร์ข้อมูลที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย อาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ได้เช่นกัน

นอกจากนี้ ยังระบุด้วยว่า แม้ สส.จะมีเอกสิทธิ์คุ้มครองระหว่างการประชุมสภา แต่หากเป็นคดีอาญา และมีมติจากสภาให้ส่งตัวมาดำเนินคดี ก็สามารถเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายได้ และหากไม่มาพบพนักงานสอบสวน อาจถูกออกหมายจับได้

สำหรับการคดีความระหว่างนายสุชาติ และนางสาวรักชนก ดร.ณัฐวุฒิ ระบุว่า นายสุชาติ แจ้งความนางสาวรักชนก ในข้อหาหมิ่นประมาท และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 4 คดี ด้วยกัน ประกอบด้วย

1.คดีความเกี่ยวกับตึกสกายไนน์

2.คดีการโพสต์กล่าวหาว่าเป็นรัฐมนตรีที่มาจากการโกงเลือกตั้ง

3.คดีการโพสต์กล่าวหานายสุชาติปกป้องคนผิด กรณี กกร.เปิดเผยผลสำรวจหน่วยงานรับสินบน

4.คดีการโพสต์กล่าวหาเป็นคนถ่อย กิริยาต่ำทราม

5/22 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเหตุการณ์ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ที่เกี่ยวข้องกับนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ส่งทีมทนายความเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ ‘ไอซ์ รักชนก’ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในข้อหาหมิ่นประมาทและเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ได้แสดงให้เห็นถึงความจริงจังของฝ่ายกฎหมายในการใช้สิทธิ์อย่างชัดเจน จากประสบการณ์ส่วนตัวในการติดตามข่าวสารและเหตุการณ์ทางการเมืองในยุคปัจจุบัน ทำให้รู้สึกว่าการควบคุมเนื้อหาโซเชียลและการตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้องนั้นมีความสำคัญอย่างมาก การแชร์เนื้อหาที่เป็นเท็จหรือข้อความที่มีเจตนาทำลายชื่อเสียงของบุคคลไม่ว่าจะเป็นบุคคลสาธารณะหรือบุคคลธรรมดา อาจส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ของผู้ถูกกล่าวหา ในกรณีนี้ การใช้คำเช่น “คนถ่อย” หรือ “กิริยาทราม” แม้จะเป็นการแสดงความเห็นส่วนตัว แต่หากส่งผลทำให้เกิดความเสียหายกับบุคคลในที่สาธารณะก็อาจถูกมองว่าละเมิดสิทธิ์และผิดกฎหมาย นอกจากนี้ยังมีการใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปภาพลักษณ์ของนายสุชาติ ซึ่งยิ่งเพิ่มความสับสนและผลกระทบต่อสาธารณะอย่างมาก บทเรียนสำคัญสำหรับผู้ใช้โซเชียลมีเดีย คือการตรวจสอบข้อมูลก่อนแชร์โดยใช้วิจารณญาณอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันการถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ รวมถึงผลกระทบทางกฎหมายอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้น การกระทำเช่นนี้ไม่ใช่การจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น แต่เป็นการรักษาความสมดุลระหว่างเสรีภาพและความรับผิดชอบต่อสังคม สุดท้ายนี้ ผู้ที่ติดตามข่าวควรหมั่นศึกษาข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ และเข้าใจว่าการแสดงความคิดเห็นต้องอยู่บนพื้นฐานของความจริงและความเคารพสิทธิของผู้อื่น เพื่อสร้างสังคมออนไลน์ที่ดีและปลอดภัยสำหรับทุกคน