2 มิย.69

ด่วน! ‘ทักษิณ ชินวัตร’ พ้นโทษ จากพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ 2569 เหตุ เป็น ‘ผู้ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติ’ และ มีโทษจำคุกตามกำหนดโทษที่จะต้องได้รับต่อไป เหลืออยู่ไม่เกินหนึ่งปี นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ

มาตรา ๗ ผู้ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติ ให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษลง ๑ ใน ๓ จากกำหนดโทษที่ยังเหลืออยู่ นับแต่วันที่ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติ เว้นแต่ผู้ได้รับการปล่อยตัว คุมประพฤติเป็นผู้มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา ๘ ให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวไป

มาตรา ๘ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๕ มาตรา๑๖ และมาตรา๑๘ นักโทษเด็ดขาดดังต่อไปนี้ ให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวไป

(๑) ผู้ต้องโทษจำคุกไม่ว่าในกรณีความผิดคดีเดียวหรือหลายคดี ซึ่งมีโทษจำคุกตามกำหนดโทษที่จะต้องได้รับต่อไป เหลืออยู่ไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ

6/2 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมประสบการณ์ส่วนตัวเกี่ยวกับพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษนี้ ฉันเคยติดตามข่าวสารและเข้าใจว่าการอภัยโทษเป็นหนึ่งในมาตรการที่รัฐใช้เพื่อช่วยนักโทษที่มีพฤติกรรมดีได้รับโอกาสกลับคืนสู่สังคมได้เร็วขึ้น สำหรับกรณีของทักษิณ ชินวัตร การที่ได้รับพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษในปี 2569 ถือเป็นข่าวใหญ่เนื่องจากเป็นบุคคลที่มีประวัติทางการเมืองสำคัญ การได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤตินั้นสะท้อนถึงความจริงว่าผู้ถูกลงโทษยังคงต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดที่รัฐตั้งไว้ เช่น การติดตามประพฤติและการจำกัดโทษที่เหลือไม่เกินหนึ่งปี จากที่ได้อ่านมาตรา 7 และ 8 ของพระราชกฤษฎีกานี้ ทำให้เห็นว่า ส่วนลดโทษ 1 ใน 3 และการปล่อยตัวนั้นเน้นไปที่การส่งเสริมให้นักโทษที่แสดงพฤติกรรมดีมีโอกาสปรับตัว และกลับไปทำหน้าที่ในสังคมโดยเร็ว มาตรการนี้จึงมีผลในเชิงบวกต่อการลดปัญหาการกักขังที่มากเกินไปและสร้างโอกาสให้กับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่ อย่างไรก็ตาม การอภัยโทษไม่ใช่การปลดเปลื้องจากความรับผิดชอบทั้งหมด แต่ยังคงต้องรับผิดชอบต่อเงื่อนไขที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะการควบคุมประพฤติ เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ได้รับอภัยโทษจะไม่กลับไปทำผิดซ้ำ ในมุมมองของผู้ติดตามข่าว ส่วนตัวแล้วเห็นว่าระบบนี้เป็นการส่งเสริมความยุติธรรมในรูปแบบที่หลากหลาย และเป็นโอกาสให้กับผู้ที่ได้รับโอกาสครั้งที่สองจะพิสูจน์ตนเอง แต่ก็ต้องมีการติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันการกระทำผิดในอนาคต การสื่อสารข่าวเช่นนี้จึงช่วยให้สาธารณชนเข้าใจถึงกระบวนการและผลกระทบของพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษได้ดียิ่งขึ้น