5 มิ.ย.69

‘อนุทิน’ บอก ‘ทักษิณ’ พ้นโทษ ไม่ต้องกังวลมีอิทธิพลเหนือรัฐบาล ลั่น คนมีอำนาจที่ต้องฟัง คือประชาชน หากตั้งใจวางมือทางการเมืองจริงก็ต้องเชื่อ ถอนร่าง แก้ รธน. พรรคเพื่อไทย เข้าใจกันดี ไม่มีปัญหา

วันที่ 5 มิ.ย.69 นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พ้นโทษจาก พรฎ.อภัยโทษ ได้มีการพูดคุยกับนายทักษิณแล้วหรือยัง โดยนายอนุทินกล่าวว่า ก็แสดงความยินดี และรู้สึกโอเค ทุกอย่างก็เป็นไปตามขั้นตอน

ส่วนวันที่ 8 มิ.ย นายทักษิณ จะถอดกำไล EM นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน

เมื่อถามว่า ในอนาคตจะมีการเข้าไปพบพูดคุยกับนายทักษิณหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ในทางการเมือง ตนก็คุยกับ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และและนายยศชนัน วงศ์สวัสดื์ รองนายกรัฐมนตรี ในเรื่องการทำงานของพรรคร่วมรัฐบาล

ส่วนพรรคภูมิใจไทยถอนชื่อออกจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ทุกอย่างได้หารือกันด้วยความเข้าใจกันดี ไม่มีปัญหาอะไร

เมื่อถามว่าเชื่อหรือไม่ว่า นายทักษิณจะวางมือ นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าถามผมในฐานะนายอนุทินที่เคยทำงานเป็นรัฐมนตรีของท่านมา ผมก็ต้องเชื่อ ความตั้งใจของท่านเป็นอย่างไร ผมก็ต้องเชื่อ

เมื่อถามต่อว่า ประชาชนไม่ต้องกังวลว่านายทักษิณจะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของ ครม.รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาล นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ต้องกังวลเลย ในคณะรัฐมนตรีคนที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจก็คือประชาชน รัฐบาลฟังประชาชนเท่านั้น ไม่ต้องกังวลเลยว่าพวกผมจะต้องอยู่ภายใต้อิทธิพลของใคร ก็แสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ชัดมาไม่รู้กี่เรื่องแล้ว คนที่รัฐบาลต้องฟัง คือพี่น้องประชาชน ไม่ใช่วาทกรรม นี่คือสิ่งที่เป็นสัจธรรม

6/6 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ตรงในการติดตามข่าวสารและการเมืองไทย ผมเห็นว่าสิ่งที่นายอนุทินเน้นย้ำถึงความสำคัญของเสียงประชาชนนั้นเป็นเรื่องที่น่าสนับสนุนมาก เพราะในระบบประชาธิปไตยเสียงของประชาชนควรเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องรับฟังและให้ความสำคัญสูงสุด เหตุการณ์การพ้นโทษของนายทักษิณที่มีการพูดคุยกันผ่านสื่อและการเมือง ถือเป็นการเคลื่อนไหวที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากประชาชนและนักวิเคราะห์การเมือง เนื่องจากนายทักษิณถือเป็นบุคคลสำคัญที่มีบทบาททางการเมืองยาวนานและมีอิทธิพลต่อนโยบายหลายด้าน อย่างไรก็ตามคำยืนยันของนายอนุทินว่าประชาชนคือผู้มีอำนาจจริงๆ แสดงให้เห็นความพยายามสร้างความมั่นใจและความโปร่งใสในกระบวนการบริหารประเทศ ส่วนเรื่องการถอนชื่อพรรคภูมิใจไทยออกจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ก็เป็นเรื่องที่สะท้อนการทำงานร่วมกันอย่างราบรื่นในพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งช่วยลดความขัดแย้งและเพิ่มความมั่นใจให้กับประชาชนว่ารัฐบาลยังคงเดินหน้าด้วยความเข้าใจและประสานงานที่ดี ในฐานะผู้ติดตามการเมือง ผมคิดว่าการบริหารประเทศที่ให้ความสำคัญกับเสียงของประชาชนเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่บ้านเมืองกำลังเปลี่ยนแปลง และไม่ควรมีใครได้รับอิทธิพลเกินเหตุจากบุคคลใดบุคคลหนึ่ง การที่นายอนุทินย้ำว่าคนที่รัฐบาลต้องฟังคือประชาชน ไม่ใช่วาทกรรม แต่คือสัจธรรม น่าจะเป็นแนวทางที่ดีและสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมไทยในอนาคต