19มิถุนายน2569
“ฮุนมาเนต” โพสต์ภาพคุย “อนุทิน” ที่รัสเซีย 1.เขมรมุ่งมั่นแก้ปัญหาพรมแดนแบบสันติ ยึดกฎหมายระหว่างประเทศ 2.พื้นที่ทางทะเลใช้ UNCLOS 3.พรมแดนทางบก ใช้กลไกที่มีอยู่คือ JBC ขอให้ไทยตั้งประธาน JBC แล้วเร่งวัดปักป้ายเขตแดนร่วมกันโดยด่วน ตามปฏิญญาข้อ 3 เมื่อ 27 ธ.ค. 68 และ 4.เรื่องเปิดด่าน ไม่จำเป็นต้องหารือในตอนนี้
จากประสบการณ์และการติดตามข่าวสารเกี่ยวกับความสัมพันธ์พรมแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา ขอแชร์ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลไกความร่วมมือเพื่อแก้ไขข้อพิพาทพรมแดนอย่างสันติที่หลายฝ่ายอาจไม่ทราบดี กลไก Joint Border Committee (JBC) มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเจรจาและประสานงานเพื่อลดความขัดแย้งบริเวณแนวพรมแดน โดยฝ่ายไทยและกัมพูชาจะทำงานร่วมกันในการสำรวจ พิจารณา และปักป้ายเขตแดนซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการป้องกันเหตุการณ์ผิดพลาดและความไม่เข้าใจในพื้นที่พรมแดน ในเรื่องการใช้กฎหมายระหว่างประเทศ ปัจจุบันประเทศไทยและกัมพูชายังยึดหลักกฎหมาย UNCLOS (อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล) ในการจัดการพื้นที่ทางทะเล ซึ่งช่วยกำหนดเขตแดนและสิทธิ์ในการใช้ทรัพยากรอย่างชัดเจน และเพิ่มความมั่นคงในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นอกจากนี้ การเจรจาแบบเปิดเผยและมีความจริงใจระหว่างผู้นำอย่างเช่นที่ฮุนมาเนตและอนุทินได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเข้าใจร่วมกันและแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการผลักดันให้ไทยตั้งประธาน JBC ช่วยเร่งกระบวนการวัดปักป้ายเขตแดนซึ่งส่งผลดีต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของพื้นที่ชายแดน จากการติดตามข่าวพบว่า การหลีกเลี่ยงการหารือเรื่องเปิดด่านในตอนนี้ถือเป็นการชี้ให้เห็นว่าทั้งสองฝ่ายยังให้ความสำคัญกับเรื่อง boundary และ security เป็นอันดับต้น ๆ ก่อนที่จะขยายความร่วมมือไปสู่ประเด็นอื่นในอนาคต โดยสรุป การแก้ไขปัญหาพรมแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา ก้าวไปสู่ความสำเร็จได้นั้นต้องอาศัยการใช้กลไกที่มีอยู่ การยึดมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศ และความร่วมมืออย่างต่อเนื่องจากทั้งสองฝ่าย เพื่อให้เกิดสันติภาพและความมั่นคงร่วมกันในระยะยาว
