ตำรวจพะเยา สั่งเอาผิด ‘โพสต์บิดเบือน-ด้อยค่า’ ชาวพะเยา พาดพิงปมแอร์สาวขนเฮโรอีน กระทบภาพลักษณ์จังหวัด

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา พล.ต.ต.พงษ์สวัสดิ์ ไชยบาล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา เรียกประชุมฝ่ายสืบสวน ฝ่ายสอบสวน และฝ่ายกฎหมาย เพื่อกำหนดแนวทางดำเนินการ กรณีมีการเผยแพร่ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่เข้าข่ายบิดเบือนข้อเท็จจริง ด้อยค่าชาวพะเยา และพาดพิงประเด็นยาเสพติด จนส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของจังหวัด

สืบเนื่องจากกรณีแอร์โฮสเตสชาวพะเยา ถูกทางการออสเตรเลียจับกุมในคดียาเสพติด ก่อนจะมีเพจและผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์บางราย นำเหตุการณ์ไปเชื่อมโยงกับจังหวัดพะเยา พร้อมโพสต์ข้อความพาดพิงประชาชน บุคคล และผู้บริหารในพื้นที่ โดยเผยแพร่ข้อมูลที่อาจไม่ตรงกับข้อเท็จจริง หรือยังไม่ได้รับการยืนยัน

ที่ประชุมสั่งการให้เร่งตรวจสอบต้นตอของการเผยแพร่ข้อมูล รวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งข้อมูลดิจิทัลและพยานแวดล้อม พร้อมพิจารณาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ หากพบการกระทำเข้าข่ายความผิด ไม่ว่าจะเป็นการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ , การเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน หรือความผิดตามกฎหมายอื่น จะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกรายตามกฎหมาย

ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบเพจเฟซบุ๊กและผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์หลายราย พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่อง หากมีหลักฐานเพียงพอ จะออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

#ข่าวtiktok

#ข่าว

#ข่าววันนี้

#พะเยา

7/2 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากเหตุการณ์แอร์โฮสเตสชาวพะเยาที่ถูกจับกุมในคดียาเสพติดที่ประเทศออสเตรเลีย ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสื่อสังคมออนไลน์บางส่วน มีการเชื่อมโยงเหตุการณ์ดังกล่าวกับจังหวัดพะเยาอย่างไม่ถูกต้อง ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของประชาชนและพื้นที่ถูกด้อยค่าและเข้าใจผิดอย่างมาก ในฐานะคนพะเยาเองที่ติดตามข่าวนี้อย่างใกล้ชิด รู้สึกได้ว่าการเผยแพร่ข้อมูลผิดเพี้ยนและการนำเสนอข่าวอย่างไม่รอบคอบสามารถสร้างผลกระทบในวงกว้างต่อชื่อเสียงของคนในพื้นที่ได้ การที่ตำรวจพะเยาออกมาตรวจสอบและจัดการกับข้อมูลโพสต์เหล่านี้ถือเป็นการปกป้องความถูกต้องและเกียรติภูมิของจังหวัดอย่างแข็งขัน จากประสบการณ์ส่วนตัว การติดตามข่าวสารต้องมีความระมัดระวังในการรับข้อมูลข่าว ไม่ควรรีบแชร์หรือเชื่อข้อมูลที่ไม่มีการตรวจสอบหรือมาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดและกระทบกับภาพรวมของชุมชนได้อย่างไม่จำเป็น กฎหมายเกี่ยวกับการเผยแพร่ข้อมูลเท็จและบิดเบือนช่วยให้สังคมไทยมีความรับผิดชอบมากขึ้นในการสื่อสารผ่านสื่อดิจิทัล และเป็นแนวทางสำคัญในการรักษาความสงบเรียบร้อย รวมทั้งเสริมสร้างความสามัคคีภายในสังคมท้องถิ่นที่มีความหลากหลาย ท้ายที่สุดแล้ว เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างหนึ่งของการที่ทุกคนควรใช้วิจารณญาณในการเข้าถึงและส่งต่อข้อมูลข่าวสาร พร้อมร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการยืนยันความถูกต้อง และไม่ให้ข่าวลือหรือข้อมูลผิดๆ ส่งผลกระทบต่อคนในพื้นที่และสังคมโดยรวม