6 กรกฏาคม 2569

ศาลตัดสินจำคุก ครูปรีชา-เจ๊บ้าบิ่น 6เดือน ข้อหาแจ้งความเท็จให้ผู้อื่นต้องรับโทษ กรณีหวยอลเวง30ล้าน ชี้พฤติกรรมร้ายแรง ไม่ควรรอลงอาญา

เมื่อเวลา09.30 น.ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานอัยการ ฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา และนางรัตนาภรณ์ สุภาทิพย์ หรือเจ๊บ้าบิ่น พวกรวม2 คนเป็นจำเลยในความผิดฐาน ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนได้รับความเสียหาย

อัยการฟ้องโดยสรุปว่า ระหว่างวันที่ 2-28 พฤศจิกายน 2560 จำเลยทั้งสองร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรีว่า จำเลยที่ 1 ได้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลหมายเลข 533726 งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 จำนวน 5 ใบ จากจำเลยที่ 2 และสลากดังกล่าวถูกรางวัลที่ 1 มูลค่า 30 ล้านบาท แต่ทำหาย ก่อนกล่าวอ้างภายหลังว่า ร.ต.ท.จรูญ วิมูล นำสลากไปขึ้นเงินรางวัล และแจ้งความดำเนินคดีฐานลักทรัพย์

ทั้งที่ความจริงแล้ว จำเลยที่ 1 ไม่ได้ซื้อหรือเป็นเจ้าของสลากกินแบ่งรัฐบาลดังกล่าว การแจ้งความและให้การของจำเลยทั้งสองจึงเป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานสอบสวน เพื่อกลั่นแกล้งให้ผู้เสียหายต้องรับโทษทางอาญา และทำให้เจ้าพนักงานบันทึกข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ จึงขอให้ศาลลงโทษจำเลยทั้งสองตามกฎหมาย

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว พิพากษาว่าการกระทำของจำเลยที่1-2 เป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานสอบสวน ว่าได้มีการกระทำความผิดโดยรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น เพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษ คนละ1 ปี จำเลย1-2ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 6 เดือน

พิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยทั้งสองแล้ว เห็นว่านอกจากการเบิกความเท็จในคดีอาญา แล้วยังมีการเบิกความในคดีแพ่งของศาลจังหวัดกาญจนบุรี จนทำให้โจทก์ร่วมต้องถูกอายัดเงินในบัญชี อีกทั้งหากจำเลยที่ 1 ชนะคดีก็จะได้รับเงินจำนวนมาก เห็นว่าพฤติกรรมร้ายแรงไม่ควร รอการลงโทษ

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า นายปรีชามีอาการกระสับกระส่าย เดินเข้าออกห้องพิจารณาหลายครั้ง และนั่งภายนอกห้องพิจารณาจนกระทั่งศาลเรียก และภายหลังศาลมีคำพิพากษาไม่รอการลงโทษจำคุก ผู้สื่อข่าวสังเกตว่า นายปรีชาและเจ๊บ้าบิ่นยืนนิ่ง พร้อมแสดงสีหน้าคล้ายประหลาดใจ ก่อนหันไปสอบถามทนายความถึงรายละเอียดของคำพิพากษา และยื่นขอปล่อยชั่วคราวในชั้นอุทธรณ์ต่อไป

7/6 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเหตุการณ์คดีหวย 30 ล้านของครูปรีชาและเจ๊บ้าบิ่น ถือเป็นหนึ่งในคดีประเภทแจ้งความเท็จที่มีผลกระทบและสร้างความตื่นตระหนกในสังคมไทยอย่างมาก เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของความซื่อสัตย์และความรับผิดชอบเมื่อออกมาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่รัฐโดยตรง จากประสบการณ์ที่ได้ติดตามข่าวนี้มาอย่างใกล้ชิด ทำให้เห็นว่าความผิดฐานแจ้งความเท็จนั้นเป็นการกระทำที่ส่งผลเสียไม่ใช่แค่ต่อตัวผู้ถูกกล่าวหาเท่านั้น แต่ยังสร้างความเสียหายและความว้าวุ่นใจให้กับระบบยุติธรรมและประชาชนที่เกี่ยวข้องด้วย การที่ศาลไม่ให้รอการลงโทษและมีการสั่งจำคุกจริงจึงเป็นการแสดงออกถึงความจริงจังในการรับมือกับพฤติกรรมที่มีผลกระทบต่อสังคมอย่างรุนแรง นอกจากนี้ คดีนี้ยังสะท้อนว่าการใช้กระบวนการทางกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาหรือพิสูจน์ความจริงต้องอยู่บนพื้นฐานของความซื่อสัตย์และความโปร่งใส การบิดเบือนหรือแจ้งความเท็จอาจนำไปสู่การรับโทษทางกฎหมายและผลกระทบทางสังคมในวงกว้าง ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้องหรือมีส่วนร่วมในการดำเนินคดี ทั้งนี้ เหตุการณ์และคำพิพากษาในคดีนี้ยังเป็นกรณีศึกษาที่ดีเกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคมที่อาจเกิดจากการเข้าใจผิดหรือข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยทั้งความรอบคอบและการตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนดำเนินการใดๆ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายซ้ำซ้อนแก่บุคคลหรือส่วนรวมอีกต่อไป