‘โฆษกกองทัพบก’ ซัดข่าวปลอม! เขมรโยนผิดไทย กล่าวหาปาระเบิดใส่ ชี้ทหารกัมพูชาพลาดเหยียบทุ่นตัวเอง ซัด จอมสร้างข่าวใส่ร้ายไทย

วันที่ 5 กรกฎาคม 2569 พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงกรณีกัมพูชากล่าวอ้าง เมื่อเวลา 12.35 น. มีทหารไทย 7 นาย ลาดตระเวนเข้าพื้นที่ช่องกร่าง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ และขว้างระเบิดมือ 1 ลูก เข้าไปยังที่ตั้งของฝ่ายกัมพูชา เป็นเหตุให้ทหารกัมพูชาได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นข้อมูลเท็จ และเป็นการบิดเบือนความจริงอย่างสิ้นเชิง จากการตรวจสอบอย่างเร่งด่วนกับหน่วยทหารที่รับผิดชอบในพื้นที่ดังกล่าว พบว่าเป็นเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในฝั่งกัมพูชาเอง ไม่ใช่เกิดจากการกระทำโดยฝ่ายไทยอย่างที่กล่าวอ้าง

โดยในห้วงเวลาดังกล่าว กำลังพลฝ่ายไทยกำลังปฏิบัติภารกิจลาดตระเวน เพื่อคุ้มครองการสร้างเส้นทางในฝั่งไทยตามปกติ และตรวจพบว่า มีทหารกัมพูชาเข้ามาสังเกตการณ์การปฏิบัติงานของฝ่ายไทย

“เวลาประมาณ 12.00 น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นจากฝั่งกัมพูชา พร้อมเกิดความโกลาหลในการช่วยเหลือกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดในฝั่งกัมพูชา โดยยืนยันว่า ฝ่ายไทยไม่ได้มีการใช้อาวุธหรือขว้างระเบิดใดๆ ทั้งสิ้น กองทัพบกประเมินว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากกำลังพลชุดใหม่ของกัมพูชา ซึ่งยังขาดความชำนาญ และไม่คุ้นเคยกับพื้นที่อันตราย พลาดเหยียบทุ่นระเบิดของฝ่ายตนเองที่เคยตกค้างอยู่”

โฆษกกองทัพบก กล่าวย้ำด้วยว่า กองทัพบกไทยยึดมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ภายใต้ข้อตกลง ยึดมั่นกฎการใช้กำลัง ตามกฎหมายระหว่างประเทศ จึงขอให้ประชาชนและประชาคมระหว่างประเทศอย่าหลงเชื่อข้อมูลบิดเบือนที่ปราศจากหลักฐานรองรับ พร้อมทั้งเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชายุติการสร้างข่าวปลอมเพื่อใส่ร้ายประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อความสัมพันธ์และบรรยากาศความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน

7/6 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ของผมในการติดตามข่าวสารในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ผมเห็นว่าความขัดแย้งหรือความเข้าใจผิดระหว่างทั้งสองฝ่ายมักเกิดจากการสื่อสารที่ไม่ชัดเจนและข่าวลือที่แพร่สะพัดอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์ที่ทหารกัมพูชาพลาดเหยียบทุ่นระเบิดตัวเองนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการเกิดอุบัติเหตุจากความไม่ชำนาญและความไม่คุ้นเคยกับพื้นที่อันตราย หากเข้าใจบริบทนี้ จะช่วยลดความตึงเครียดและช่วยให้เรามองเห็นว่าความปลอดภัยของทั้งสองฝ่ายมีความสำคัญเท่าเทียมกัน ในฐานะประชาชน ผมคิดว่าการรับข่าวสารอย่างมีวิจารณญาณและตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือเป็นสิ่งสำคัญมาก การเผยแพร่ข่าวที่ไม่มีการยืนยันอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดและสร้างปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ ดังนั้น การที่โฆษกกองทัพบกออกมาแถลงชี้แจงและยืนยันข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบแล้ว ถือเป็นการสร้างความชัดเจนและความมั่นใจให้กับประชาชนในประเทศ นอกจากนี้ เหตุการณ์นี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการอบรมและเตรียมความพร้อมให้กับกำลังพลในพื้นที่ชายแดน เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การเสริมสร้างความรู้ และการใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนและส่งเสริมบรรยากาศที่ดีในพื้นที่ชายแดนระหว่างทั้งสองประเทศ ท้ายที่สุด ผมหวังว่าฝ่ายกัมพูชาและไทยจะร่วมมือกันเพื่อหยุดการสร้างข่าวปลอม และหันมาเสริมสร้างความร่วมมือที่ดีต่อกันในด้านความมั่นคงและการพัฒนาชายแดน เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนในทั้งสองประเทศและภูมิภาคนี้