7 ก.ค69
‘อนุทิน’ สั่ง ‘เอกนัฏ’ กลาง ครม. ลดราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศลงให้ได้ เพื่อลดค่าครองชีพ ลดต้นทุนการทำธุรกิจ หลังราคาในตลาดโลกลด และราคาน้ำมันในตลาดโลกนิ่ง ชี้ต้องลดทันที! และลงให้เป็นเรื่องเป็นราว ไม่ใช่ค่อยๆ ปรับลง ส่วนราคาอาหาร มอบ ‘ศุภจี’ ไปดูแล ยันทำนโยบายต่อเนื่องทั้งธงฟ้า-ตรึงราคา ดูแลคุณภาพชีวิตประชาชน
เมื่อเวลา 12.40 น. วันที่ 7 ก.ค.69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แล ะ รมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า วันนี้ได้สั่งการให้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ไปหาทางในการลดราคาขายปลีกน้ำมันลงให้ได้ เหตุผลคือประชาชนทั่วไปได้รับทราบราคาน้ำในตลาดโลกได้ลดลงแล้ว และราคาอยู่ในระดับที่ทรงตัว ราคาขายปลีกในประเทศก็สมควรที่จะลดลง โดยต้องนึกถึงค่าครองชีพ ค่าใช้จ่ายของพี่น้องประชาชน และต้นทุนของผู้ประกอบการที่ทำมาหากินเป็นหลัก รัฐบาลจึงมีนโยบายที่จะลดค่าน้ำมันลงให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
“ผมก็แค่บอกกับ รมว.พลังงาน ในฐานะผู้บริหารว่า ตอนราคาในตลาดโลกขึ้น เราก็ไปขอประชาชนขึ้น ตอนนี้ราคาน้ำมันในตลาดโลกลงแล้ว เราก็ไม่ต้องไปขอประชาชนในการลดราคาลง ก็ลงให้เขาไปเลย ลงทันที และลงให้เป็นเรื่องเป็นราว ไม่ใช่ค่อยๆ ปรับลง ซึ่งรัฐมนตรีพลังงานก็ได้รับนโยบายในเรื่องนี้ไป”
เมื่อถามว่า มีกรอ บระยะเวลาในการลดราคาน้ำมันหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่มีกรอบเวลา ทางกระทรวงพลังงานต้องไปทำงาน ซึ่งมีกลไกในการประชุมคณะกรรมการชุดต่างๆ เช่น คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.)
“นายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายไปแล้วว่า ราคาต้องลดลง ท่านคิดว่า รัฐมนตรีจะกลับมา แล้วบอกว่าไม่ลดราคาหรือเปล่าล่ะ” นายอนุทินกล่าว
เมื่อถามว่า กรณีของราคาอาหารที่กระทรวงพาณิชย์ดูแลอยู่ ได้ให้นโยบายอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ได้ทราบเรื่องนี้แล้ว ซึ่งก็ต้องไปดำเนินการ โดยรัฐบาลมีนโยบายที่จะลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชนในการดำรงชีวิตประจำวัน โดยในเรื่องของการลดราคาน้ำมันจะมีผลในเรื่องที่ทำให้ราคาสินค้าต่างๆ ลดลง
ส่วนนโยบายของเรื่องการทำสินค้าธงฟ้าราคาประหยัด การ ตรึงราคาสินค้าต่างๆ ก็ต้องดำเนินต่อไป นอกจากนี้ในเรื่องของโครงการไทยช่วยไทยพลัสก็จะช่วยในเรื่องของการลดค่าครองชีพได้บ้าง
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากอัตราเงินเฟ้อยังคงสูงอยู่ นโยบายเศรษฐกิจที่ต้องทำควรเป็นอย่างไร นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เรื่องนี้รัฐบาลก็ต้องดำเนินนโยบายต่างๆ เราไม่ได้มองเป็นจุดเดียว แต่ต้องดูถึงคุณภาพชีวิตประชาชนในทุกมิติ










