17 ก.ค.69

โคราช: ประชาชนแห่ยื่นอุทธรณ์ ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ แน่นธนาคาร ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์วอนรัฐทบทวน พิจารณาตามสภาพความเป็นอยู่จริง

วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 บรรยากาศที่ธนาคารกรุงไทย สาขาหัวทะเล ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนจำนวนมาก ทยอยเดินทางมาตรวจสอบสิทธิ สอบถามรายละเอียด และยื่นอุทธรณ์ หลังตรวจสอบสถานะแล้วพบว่า ‘ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ’ โดยหลายคนระบุว่า รู้สึกผิดหวังและอยากให้ภาครัฐเปิดโอกาสพิจารณาจากสภาพความเป็นอยู่ที่แท้จริง มากกว่าข้อมูลในระบบเพียงอย่างเดียว

นายวิวัฒน์ไชย สุทธิศักดิ์ อายุ 62 ปี อาชีพรับจ้าง เปิดเผยว่า วันนี้เดินทางมายื่นอุทธรณ์ที่ธนาคารกรุงไทย หลังตรวจสอบสถานะผ่านแอปพลิเคชันแล้วพบว่าไม่ผ่านเกณฑ์ เนื่องจากระบบระบุว่ามีทรัพย์สินประเภทรถยนต์ จึงต้องการสอบถามรายละเอียดและยื่นคำร้องเพื่อขอให้มีการตรวจสอบใหม่

นายวิวัฒน์ไชย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาโดยตลอด แต่การคัดกรองรอบนี้มีความเข้มงวดมากขึ้น เมื่อทราบผลว่าไม่ผ่านก็รู้สึกเสียใจ เพราะเงินช่วยเหลือแม้จะไม่มาก แต่สามารถช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพได้ ทั้งการซื้อข้าวสาร อาหารแห้ง และของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน

แม้จะได้เพียงเดือนละ 300 บาท แต่ก็ช่วยได้ เช่น ซื้อของ 500 บาท เราออกเพิ่มเองอีก 200 บาท ก็ยังช่วยลดภาระได้ อีกทั้งบางช่วงยังมีเงินช่วยเหลือเพิ่มเติม 200-500 บาท แม้จะไม่ได้ทุกครั้ง แต่ก็มีความหมายสำหรับคนมีรายได้น้อย

นางดาด ถอยกระโทก อายุ 75 ปี เปิดเผยว่า หลังตรวจสอบสิทธิผ่านโทรศัพท์มือถือ พบว่าสถานะขึ้นสีแดงและไม่ผ่านเกณฑ์ ทั้งที่ไม่มีทรัพย์สิน ไม่มีบ้านหรือที่ดินเป็นของตนเอง ปัจจุบันเช่าบ้านพักอาศัย ขณะที่สามีเป็นผู้พิการ ส่วนบุตรหลานต่างมีภาระของตนเองและไม่ได้ส่งเงินมาช่วยเหลือเป็นประจำ

ก่อนหน้านี้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาโดยตลอด เงินช่วยเหลือดังกล่าวช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวได้มาก โดยเฉพาะการซื้อผ้าอ้อมสำเร็จรูปและของใช้จำเป็นสำหรับสามีที่พิการ แม้สามีจะยังได้รับสิทธิ แต่ครั้งนี้ตนกลับไม่ผ่านเกณฑ์ จึงรู้สึกเสียใจและไม่เข้าใจถึงสาเหตุ

วันนี้จึงเดินทางมายื่นอุทธรณ์เพื่อขอทราบเหตุผลที่ชัดเจน เนื่องจากไม่มีทรัพย์สินหรือเงินฝากจำนวนมาก และมีฐานะยากจนจริง หากท้ายที่สุดการอุทธรณ์ไม่สำเร็จ ก็พร้อมยอมรับผล แม้เงินช่วยเหลือจะไม่มาก แต่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตและช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว

นางดาด ยังตั้งข้อสังเกตว่า พบเห็นบางรายมีเงินฝากจำนวนมาก หรือมีบุตรหลานทำงานต่างประเทศส่งเงินให้เป็นประจำ แต่ยังได้รับสิทธิ ขณะที่ตนไม่มีทรัพย์สินและไม่มีรายได้แน่นอนกลับไม่ผ่านเกณฑ์ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบมาตรฐานการพิจารณาให้เกิดความเป็นธรรม

พร้อมฝากถึงรัฐบาลว่า อยากให้ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างจริงจัง โดยประสานผู้นำชุมชนและคนในพื้นที่ร่วมยืนยันข้อเท็จจริง เพราะเป็นผู้ที่ทราบดีว่าแต่ละครอบครัวมีฐานะและความเป็นอยู่อย่างไร พร้อมขอให้พิจารณาช่วยเหลือผู้ที่มีความเดือดร้อนจริง โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีบ้านเป็นของตนเองและต้องดูแลสมาชิกในครอบครัวที่พิการ

ขณะที่เจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทย สาขาหัวทะเล ได้เตรียมความพร้อมรองรับประชาชนที่เดินทางมาติดต่อสอบถามและยื่นอุทธรณ์ โดยแนะนำให้ตรวจสอบผลผ่านช่องทางที่ภาครัฐกำหนด และเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วนก่อนยื่นคำร้อง เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการดำเนินการ

ทั้งนี้ ผู้ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ระหว่างวันที่ 17–31 กรกฎาคม 2569 ผ่านหน่วยงานและธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ รวมถึงธนาคารกรุงไทย โดยเจ้าหน้าที่จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนและเอกสารที่จำเป็นอย่างละเอียด เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

7/17 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัว การได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นความช่วยเหลือที่สำคัญสำหรับผู้มีรายได้น้อยอย่างผม เพราะแม้จำนวนเงินจะไม่สูงมาก แต่ก็ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้จริง เช่น การซื้อข้าวสาร อาหารแห้ง หรือสินค้าจำเป็นต่างๆ ที่ต้องใช้ในครอบครัว หลายครั้งผมใช้เงินช่วยเหลือจากบัตรเพื่อเสริมทุนซื้อของ แล้วจ่ายส่วนต่างเอง ซึ่งทำให้จัดการการเงินครอบครัวได้ง่ายขึ้นและลดความกังวลในช่วงที่รายได้ไม่แน่นอน จากข่าวที่เห็นผู้คนจำนวนมากมายื่นอุทธรณ์เนื่องจากไม่ผ่านคุณสมบัติ โดยอ้างข้อมูลในระบบที่อาจไม่สะท้อนสถานการณ์จริง ผมเข้าใจดีว่าความผิดหวังนั้นมีมาก เพราะข้อมูลเอกสารบางครั้งอาจไม่ตรงกับความเป็นจริงของแต่ละครอบครัว ซึ่งทำให้การประเมินความช่วยเหลือเกิดความคลาดเคลื่อน ผมจึงเห็นด้วยกับข้อเรียกร้องให้รัฐลงพื้นที่ประสานผู้นำชุมชนเพื่อประเมินฐานะของผู้ขอรับบัตรสวัสดิการ แทนที่จะพิจารณาจากข้อมูลในระบบออนไลน์เพียงอย่างเดียว เพราะวิถีชีวิตและภาระค่าใช้จ่ายของแต่ละครอบครัวแตกต่างกันมาก โดยเฉพาะครอบครัวผู้สูงอายุหรือมีผู้พิการ นอกจากนี้ ผู้ที่มีรายได้น้อยจริงแต่ระบบตีความผิด อาจไม่ได้รับสิทธิช่วยเหลืออย่างที่ควร ซึ่งมีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตโดยตรง จึงอยากให้หน่วยงานรัฐเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงฐานะหรือหลักฐานเพิ่มเติมในการยื่นอุทธรณ์ เพื่อให้ทุกคนที่ตกอยู่ในความจำเป็นได้รับการช่วยเหลืออย่างเป็นธรรม สำหรับประชาชนที่ต้องการยื่นอุทธรณ์ ควรเตรียมเอกสารหลักฐาน เช่น สลิปเงินเดือน เอกสารแสดงทรัพย์สิน หรือหนังสือรับรองจากผู้นำชุมชน เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับการพิจารณาอย่างถูกต้องและรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีภาระค่าใช้จ่ายสูง เช่น การดูแลผู้พิการหรือผู้สูงวัยในครอบครัว สุดท้าย ผมขอส่งกำลังใจให้ทุกครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ และหวังว่าระบบคัดกรองจะมีความยืดหยุ่นและยุติธรรมมากขึ้น เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจริงได้อย่างทั่วถึงและตรงจุด