20ก.ค.69
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ,นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย , นายนฤชา โฆษศิวิไลศ์ อธิบดีกรมการปกครอง , นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ โฆษกกระทรวงการคลัง และนางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมแถลงข่าวกรณีการอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคมและกระทรวงมหาดไทย
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ทางกระทรวงคมนาคม กราบขออภัยพี่น้องประชาชน ในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นในการดำเนินการ เนื่องจากหลักเกณฑ์การดำเนินการต่างๆ ที่ออกมาเพื่อคัดกรอง ผู้ที่สมควรจะได้รับการช่วยเหลือ และถึงมือบุคคลเหล่านั้นให้ได้มากที่สุด แต่เมื่อเข้าสู่กระบวนการปฏิบัติแล้ว พบปัญหาว่ามีข้อจำกัดบางอย่าง ที่อาจจะทำให้ประชาชน เกิดความไม่สะดวก ซึ่งในส่วนของกระทรวงคมนาคม โดยกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา
นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นปัญหาเกี่ยวกับรถยนต์ ขอชี้แจงว่าในเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น มีเกณฑ์อยู่ข้อหนึ่ง ว่าผู้รับสิทธิ์ต้องไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ ยกเว้น 4 ข้อ ได้แก่ 1.มีรถจักรยานยนต์ความจุไม่เกิน 300 ซีซี 2.มีรถสามล้อ 3.มีรถยนต์ 4 ล้อเลขรับจ้าง 4.รถใช้งานเพื่อการเกษต ร โดยมีไว้ไม่เกินคนละ 1 คัน
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า เราได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีประชาชนจำนวนมากมีรถยนต์ในลักษณะดังกล่าว ได้แก่ 1.เป็นรถเก่าที่มีมูลค่าต่ำ และไม่ได้ใช้งานแล้ว แต่ยังไม่ได้นำทะเบียนออกจากระบบ 2.ยังมีรถยนต์ที่สูญหายและสิ้นสภาพการใช้งานไปแล้ว ยังไม่ได้ตีทะเบียนออก 3.มีการขายไปแล้วโอนลอย แต่ยังไม่จดโอนกรรมสิทธิ์ 4.มีการถูกนำชื่อไปสวมสิทธิ์ในการซื้อรถของคนอื่น
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ทั้ง 4 ประเด็นนี้เป็นประเด็นหลักที่ได้รับการร้องเรียนจากทั่วประเทศ ดังนั้นในส่วนของกระทรวงคมนาคม จึงมีหนังสือขอให้กระทรวงการคลังทบทวน และนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ จึงนำไปสู่การทบทวน โดยจะนำประเด็นดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งกระทรวงการคลังเสนอขอให้มีการปรับเกณฑ์พิจารณาที่ไม่นำมา คิด ได้แก่
1.รถเก่า โดยดูจากอายุรถยนต์ที่อายุการใช้งานเกิน 20 ปี จะไม่นำมาคิด เช่นอาจจะมีรถหนึ่งคันและอายุการใช้งาน ยังสามารถใช้ได้ เพื่อการดำรงชีพ และใช้งานมาแล้วเกิน 20 ปี แบบนี้จึงจะไม่ตกเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หากเกณฑ์ดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุม ครม.แล้ว
2.รถมอเตอร์ไซต์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 15 ปี ส่วนเกณฑ์การถือครองมอเตอร์ไซค์ จะเพิ่มเกณฑ์ให้หากมีมอเตอร์ไซค์ที่ขนาดไม่เกิน 300 ซีซี 2 คัน และกำลังมีภาระผ่อนจ่ายอยู่ จะถือว่าไม่ตกเกณฑ์
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ยังคงมีข้อท้วงติงว่ารถบางคัน อายุรถอาจจะยังไม่ถึง แต่สิ้นสภาพไปแล้ว เรื่องนี้ขนส่งจังหวัดจะทำการตรวจสอบให้กับท่าน สามารถแจ้งกับทางขนส่งจังหวัดเพื่อทำบันทึกได้ บางคันจอดเอาไว้ไม่ได้ต่อทะเบียน ก็สามารถแจ้งขนส่งจังหวัดทำบันทึกได้เช่ นกัน และขนส่งจังหวัดจะส่งข้อมูลเหล่านี้ เพื่อช่วยในการยื่นอุทธรณ์ให้กับท่าน
ส่วนกรณีรถที่จำหน่ายไปแล้ว และมีการโอนลอย แต่ยังไม่มีการจัดการเรื่องกรรมสิทธิ์ ท่านสามารถไปลงบันทึกที่ขนส่งจังหวัดได้หากมีหลักฐาน และหากมีหลักฐานการขายด้วย ก็จะเป็นประโยชน์มาก แต่หากไม่มีก็สามารถใช้บันทึกถ้อยคำได้
ส่วนกรณีที่ไม่เคยมีการซื้อรถ แต่ถูกแอบอ้างชื่อไปใช้สิทธิ์ สามารถนำเรื่องดังกล่าวไปอุทธรณ์กับขนส่งจังหวัดได้ แต่ถ้าหากไม่สามารถไปยื่นอุทธรณ์ที่ขนส่งจังหวัดได้ ทางกรมขนส่งฯ ได้มีการทำแบบฟอร์มร่วมกับกรมการปกครอง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนเพื่อไม่ต้องเดินทางไปยื่นเรื่องด้วยตัวเอง
“ขอให้สบายใจว่า กระทรวงคมนาคมจะแบ่งเบาภาระของประชาชนให้ได้มากที่สุด ท่านที่ควรได้รับสิทธิ์ต้องได้รับสิทธิ์จริ งๆ” นายสิริพงศ์ กล่าว
นายสิริพงศ์ กล่าวอีกว่า นอกเหนือจากประเด็นของกระทรวงคมนาคมแล้ว ยังมี ประเด็นในเรื่องของการเป็นนักเรียนนักศึกษา โดยเฉพาะผู้ที่อยู่นอกระบบ วันนี้สิ่งที่ต้องดำเนินการ คือต้องมีการปรับเกณฑ์ เพราะเราได้ทราบว่าความเป็นจริง นักเรียนนักศึกษาทั้งในและนอกระบบ ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) อาชีวะนอกระบบ รวมถึงนักเรียนนักศึกษาที่ยากจน ซึ่งบุคคลเหล่านี้ถือเป็นนักศึกษาที่เข้ามาเรียนรู้เพิ่มเติม เพื่อไปเสริมสร้างทักษะชีวิต เพื่อไปใช้ในการประกอบอาชีพ รัฐบาลเข้าใจถึงความจำเป็นนี้ ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องปรับหลักเกณฑ์ ซึ่งบุคคลเหล่านี้จะไม่ถูกตัดสิทธิ์ด้วยเกณฑ์นักเรียนนักศึกษาเพียงอย่างเดียว แต่กระทรวงการคลังจะพิจารณาในองค์ประกอบอื่น จึงขอให้สบายใจได้
จากประสบการณ์ที่ผ่านมาของผู้ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลายท่านอาจพบปัญหาเกี่ยวกับการถือครองรถยนต์ที่ส่งผลต่อการพิจารณาสิทธิ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ที่แม้จะไม่ถูกใช้งานหรือมีสภาพเก่าแต่ยังอยู่ในทะเบียนผู้ถือสิทธิ์ บางคนก็มีภาระการผ่อนชำระแต่กลับถูกตัดสิทธิ์โดยไม่รู้ตัว การขยายเกณฑ์ใหม่ให้รถยนต์เกิน 20 ปีและมอเตอร์ไซค์เกิน 15 ปีไม่ถูกคิดเป็นกรรมสิทธิ์ ถือเป็นการช่วยบรรเทาความกังวลใจและเป็นโอกาสดีที่ประชาชนสามารถยื่นอุทธรณ์แก้ไขข้อมูล ทำให้สิทธิ์สวัสดิการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง นอกจากนี้การสนับสนุนให้ขนส่งจังหวัดลงบันทึก แจ้งสภาพรถยนต์ที่ไม่พร้อมใช้งาน หรือมีการโอนลอย ยังเป็นช่องทางสำคัญที่สามารถใช้เป็นหลักฐานยืนยันสถานะกรรมสิทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนเรื่องนักเรียนนักศึกษานอกระบบที่อาจจะไม่ได้รับสิทธิ์ในเกณฑ์เดิมนั้น รัฐบาลและกระทรวงการคลังได้เล็งเห็นความจำเป็นต้องบูรณาการหลักเกณฑ์ใหม่ โดยการพิจารณาร่วมองค์ประกอบอื่นให้ครอบคลุมกลุ่มผู้ที่ขาดโอกาสเหล่านี้ เพื่อให้การช่วยเหลือทางสังคมมีความยั่งยืนและครอบคลุมทุกคนที่มีความจำเป็นจริงๆ ในมุมมองของประชาชน ควรติดตามประกาศและรับทราบข้อมูลจากหน่วยงานที่รับผิดชอบอย่างใกล้ชิด รวมถึงเตรียมหลักฐานเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์รถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ให้พร้อมเมื่อมีการเปิดช่องทางให้ยื่นอุทธรณ์ เพื่อให้ได้รับการพิจารณาอย่างถูกต้องและรวดเร็ว การสื่อสารและความเข้าใจระหว่างรัฐบาลและประชาชนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยลดความสับสนและความไม่สะดวกในการใช้สิทธิ์ในบัตรนี้ ดังนั้น การปรับหลักเกณฑ์และเปิดช่องทางรองรับข้อร้องเรียนในครั้งนี้ นอกจากจะช่วยให้ผู้ถือบัตรที่สมควรได้รับสิทธิ์ได้รับการช่วยเหลือแล้ว ยังช่วยสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นต่อมาตรการช่วยเหลือของรัฐอย่างยั่งยืนอีกด้วย
