7 ส.ค.69

‘รมว.สธ.’ เผย เด็กหญิงวัย 12 ปี อาการยังวิกฤต ถูกกระสุนยิงศีรษะ แพทย์รอประเมินผ่าตัดอีกครั้ง ส่วนนักเรียนอีก 2 ราย ผ่าตัดเป็นไปด้วยดี เผย ตัวเลขผู้บาดเจ็บ 29 ราย แบ่งเป็นเคสแดง 10 ราย โดย 3 รายอยู่ รพ.พระนั่งเกล้า, เคสเหลือง 6 ราย , เคสเขียว 13 ราย พร้อมส่งทีม MCATT ลงพื้นที่เยียวยาสุขภาพจิตครู-นักเรียน

วันที่ 7 ส.ค.69 เวลา 17.10 น. นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีสาธารณสุข เดินทางมาที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ก่อนเปิดเผยภายหลังเข้าเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุกราดยิงภายในโรงเรียน ซึ่งเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ว่า โรงพยาบาลรับผู้บาดเจ็บอาการวิกฤต หรือ เคสสีแดง จำนวน 3 ราย ซึ่งทั้งหมดอยู่ในความดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งได้พบและให้กำลังใจผู้ปกครอง ยืนยันว่าโรงพยาบาลจะดูแลผู้ป่วยอย่างเต็มที่

รมว.สธ. ระบุว่า ผู้บาดเจ็บ 2 ใน 3 ราย มีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะปลอดภัยในเร็ววัน หลังการผ่าตัดและการดูแลหลังผ่าตัดเป็นไปด้วยดี ขณะที่ผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย ซึ่งเป็นนักเรียนหญิง อายุ 12 ปี ยังมีอาการค่อนข้างหนัก ถูกยิงบริเวณศีรษะและยังมีเศษกระสุนตกค้าง แพทย์จึงต้องเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ประเมินความพร้อมของร่างกายก่อนเข้ารับการผ่าตัดอีกครั้ง โดยขณะนี้ครอบครัวของผู้บาดเจ็บได้เดินทางมาอยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว

ส่วนสถานการณ์ผู้เสียชีวิต เมื่อเวลา 16.00 น. ยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 8 ราย ในจำนวนนี้เป็นครู 5 ราย นักเรียนผู้ก่อเหตุ 1 ราย ปู่และย่าผู้ก่อเหตุ อีก 2 ราย และยืนยันว่าขณะนี้มีตัวเลขผู้บาดเจ็บอยู่ที่ประมาณ 29 ราย แบ่งเป็นเคสแดง 10 ราย , เคสเหลือง 6 ราย , เคสเขียว 13 ราย โดย 3 คนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า

นายพัฒนา กล่าวว่า โรงพยาบาลยังคงเปิดรับบริจาคโลหิตตามปกติ แม้วันนี้จะมีประชาชนเดินทางมาบริจาคจำนวนมากกว่าปกติ พร้อมกล่าวขอบคุณทุกคนที่ร่วมบริจาค และเชิญชวนให้ประชาชนร่วมบริจาคโลหิตอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากโรงพยาบาลมีศูนย์รับบริจาคโลหิตที่สามารถรองรับผู้บริจาคได้จำนวนมาก

สำหรับการรักษาพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บ จะได้รับการดูแลตามสิทธิการรักษา โดยในช่วง 72 ชั่วโมงแรก ใช้สิทธิการรักษาฉุกเฉินวิกฤต (UCEP) ก่อนเข้าสู่ระบบสิทธิการรักษาตามปกติ ทั้งนี้ โรงพยาบาลพระนั่งเกล้ายืนยันว่าพร้อมดูแลผู้ป่วยต่อเนื่อง ส่วนค่าใช้จ่ายจะเป็นไปตามสิทธิของภาครัฐ รวมถึงสิทธิประกันและสวัสดิการที่เกี่ยวข้อง

ส่วนการเยียวยาด้านจิตใจ กระทรวงสาธารณสุขได้ส่งทีม MCATT ลงพื้นที่โรงเรียนแล้วจำนวน 7 ทีม เพื่อดูแลนักเรียน ครู และบุคลากรที่ได้รับผลกระทบ โดยแบ่งการประเมินเป็นกลุ่มผู้ที่เผชิญเหตุโดยตรง ผู้ใกล้ชิดเหตุการณ์ รวมถึงครอบครัวและนักเรียนที่ได้รับผลกระทบทางจิตใจจากการรับรู้เหตุการณ์ พร้อมยืนยันว่าจะไม่ดูแลเฉพาะในช่วงเกิดเหตุ แต่จะส่งทีมสุขภาพจิตเข้าไปดูแลอย่างต่อเนื่อง เมื่อโรงเรียนกลับมาเปิดการเรียนการสอนอีกครั้ง ครอบคลุมทั้งนักเรียน ครูประจำชั้น ครูผู้สอน และผู้บริหารโรงเรียน

#เด็กกราดยิง

#นนทบุรี

#ข่าว

#ข่าวtiktok

#ข่าววันนี้

6 วันที่แล้วแก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเหตุกราดยิงที่โรงเรียนในจังหวัดนนทบุรีเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความเศร้าโศกสะเทือนใจให้กับผู้ที่ติดตามข่าวสาร ทั้งผู้ปกครอง ครู นักเรียนและบุคคลทั่วไป รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องเร่งดูแลผู้ป่วยจากเหตุการณ์นี้ จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยทำงานร่วมกับทีมแพทย์ฉุกเฉินและผู้ดูแลสุขภาพจิต ฉันเข้าใจถึงความยากลำบากในการรับมือกับเหตุการณ์ที่มีผู้บาดเจ็บจำนวนมากโดยเฉพาะเด็กที่ได้รับผลกระทบทางร่างกายและจิตใจ การที่หน่วยงานสาธารณสุขส่งทีม MCATT ลงพื้นที่เพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะนอกจากการรักษาอาการบาดเจ็บทางร่างกายแล้ว สุขภาพจิตของเด็ก ครู และครอบครัวจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลที่เปิดเผยจากรมว.สธ. ระบุว่าเด็กหญิงวัย 12 ปีที่ถูกยิงศีรษะยังคงอาการวิกฤต และรอการประเมินผ่าตัดอีกครั้ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความละเอียดและความระมัดระวังของทีมแพทย์ที่ต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิด รวมถึงผู้บาดเจ็บรายอื่นที่ผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดี เป็นภาพสะท้อนถึงการทำงานของทีมรักษาพยาบาลในสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ขอชมเชยการเปิดรับบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่องจากประชาชนทั่วไป ซึ่งเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญในการช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บในเหตุการณ์นี้ การมีศูนย์รับบริจาคโลหิตที่พร้อมรองรับและส่งเสริมให้ปชช. บริจาคอย่างสม่ำเสมอ เป็นปัจจัยช่วยรักษาชีวิตในภาวะวิกฤตได้อย่างเห็นผล ในส่วนของการเยียวยาจิตใจ การประเมินกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบทั้งผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์โดยตรง ผู้ใกล้ชิด รวมทั้งครอบครัว เป็นการวางรากฐานที่ดีสำหรับการฟื้นฟูทั้งในระยะสั้นและยาวที่จำเป็น โดยเฉพาะการเน้นดูแลอย่างต่อเนื่องเมื่อโรงเรียนกลับมาเปิดอีกครั้ง จะช่วยลดความเครียดและภาวะกังวลใจ ทำให้เด็กและครูสามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้เร็วขึ้น เหตุการณ์ดังกล่าวเตือนใจให้สังคมมองเห็นถึงความสำคัญของมาตรการป้องกันและรับมือกับเหตุการณ์รุนแรงในสถานศึกษา รวมถึงการดูแลสุขภาพจิตของเด็กและเยาวชนอย่างรอบด้าน หากเราทุกฝ่ายร่วมมือกันทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน และวิชาชีพทางสาธารณสุข จะเป็นโอกาสให้เยาวชนมีพื้นที่ปลอดภัยกว่าที่เคยเป็นมา