7 อย่างนี้ ถ้าลูกเห็นบ่อยๆ เขาอาจโตมาเจ็บ

7 สิ่งที่ห้ามทำให้ลูกเห็นเด็ดขาด

1️⃣ ทะเลาะกันรุนแรงต่อหน้าลูก

ลูกจะรู้สึกไม่ปลอดภัย และกลัวว่าครอบครัวจะแตกแยก

2️⃣ ดูถูกหรือด่าคนอื่น

ลูกจะเรียนรู้ว่าการพูดทำร้ายคนอื่นเป็นเรื่องปกติ

3️⃣ โกหกต่อหน้าลูก

เช่น ให้ลูกบอกคนอื่นว่า “พ่อแม่ไม่อยู่บ้าน”

ลูกจะสับสนว่าโกหกได้เมื่อไหร่

4️⃣ ใช้ความรุนแรงแก้ปัญหา

ทั้งตีลูก หรือทำร้ายคนอื่น

ลูกจะจำว่านี่คือวิธีจัดการปัญหา

5️⃣ ติดมือถือจนไม่สนใจลูก

ลูกจะรู้สึกว่าตัวเองไม่สำคัญ

6️⃣ ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้

ตะโกน โวยวาย ระเบิดอารมณ์บ่อย

ลูกจะซึมซับวิธีจัดการอารมณ์แบบนั้น

7️⃣ ดูถูกตัวเองหรือพูดลบกับตัวเอง

เช่น “แม่โง่เอง”

ลูกจะเรียนรู้การมองตัวเองในแง่ลบ

3/28 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในประสบการณ์จริง การสังเกตพฤติกรรมของเด็กจะเห็นว่าพวกเขาสะท้อนสิ่งที่เห็นจากครอบครัวโดยตรง ถ้าพ่อแม่ทะเลาะกันรุนแรงต่อหน้าลูก เด็กมักจะมีอาการกลัว ไม่มั่นคง และบางครั้งอาจแสดงความก้าวร้าวกับเพื่อน เคยมีครอบครัวหนึ่งที่พ่อแม่มักใช้วาจาดูถูกคนอื่นต่อหน้าลูก ผลลัพธ์คือเด็กคนนั้นเริ่มพูดจาหยาบคายและไม่เคารพคนรอบข้างเมื่อโตขึ้น ถึงแม้พ่อแม่จะไม่ตั้งใจให้ลูกเลียนแบบแต่เด็กซึมซับได้ง่ายมาก การโกหกต่อหน้าลูกทำให้เด็กสับสนว่าสิ่งใดถูกหรือผิด เช่น พ่อแม่บอกให้ลูกโกหกว่าไม่อยู่บ้าน เด็กอาจนำวิธีนี้ไปใช้ในสถานการณ์อื่น ๆ จนอาจเกิดปัญหาด้านความซื่อสัตย์ พ่อแม่ที่ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา เสียงตะโกนหรือการตีตีอาจทำให้เด็กเรียนรู้ว่าการแก้ไขความขัดแย้งต้องรุนแรง ซึ่งส่งผลเสียต่อพฤติกรรมและการควบคุมอารมณ์ของเด็ก อีกประเด็นที่เจอบ่อยคือพ่อแม่ติดมือถือ จนละเลยการพูดคุยหรือให้ความสนใจกับลูก เด็กจะรู้สึกไม่สำคัญและอาจพัฒนาความสัมพันธ์กับพ่อแม่ได้ไม่เต็มที่ สุดท้าย การที่พ่อแม่ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ มักโวยวายหรือดูถูกตัวเองต่อหน้าลูก จะทำให้เด็กซึมซับพฤติกรรมเชิงลบเหล่านี้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน และมองตนเองในแง่ลบได้เช่นกัน ดังนั้นการระมัดระวังพฤติกรรมและคำพูดต่อหน้าลูกจึงสำคัญมาก เพราะเป็นการสร้างพื้นฐานจิตใจและบุคลิกภาพให้เขาเติบโตไปอย่างมีสุขภาวะที่ดีและมีความมั่นคงทางอารมณ์ในอนาคต