ต้มแซ่บปลาช่อน 🐟

ปลาช่อน: 1 ตัว (ประมาณ 800 - 1,000 กรัม) ขูดเกล็ด ล้างด้วยเกลือหรือน้ำส้มสายชูเพื่อลดเมือกและกลิ่นคาว แล้วหั่นเป็นชิ้น

เครื่องต้มยำ: ข่าหั่นแว่น, ตะไคร้ทุบหั่นท่อน, ใบมะกรูดฉีก, หอมแดงบุบ

ผักและสมุนไพรเพิ่มความหอม: เห็ดฟาง, ผักชีฝรั่ง, ใบกะเพรา (สูตรโบราณ) หรือใบมะขามอ่อน

เครื่องปรุงรส: น้ำปลา, น้ำมะนาว, พริกขี้หนูสวนบุบ, พริกป่น และพริกแห้งทอด

ขั้นตอนการทำ🤍

ต้มน้ำสมุนไพร: ตั้งหม้อใส่น้ำรอจนเดือดจัด ใส่ข่า ตะไคร้ หอมแดง และใบมะกรูดลงไปเพื่อให้กลิ่นสมุนไพรหอมฟุ้ง

ใส่เนื้อปลา: เมื่อน้ำเดือดพล่าน ให้ใส่ชิ้นปลาช่อนลงไป "ห้ามคนเด็ดขาด" จนกว่าปลาจะสุก เพื่อป้องกันกลิ่นคาวปลา

ใส่ผัก: ใส่เห็ดฟางลงไปต้มจนสุกตามด้วยผักชีฝรั่งและใบกะเพรา

ปรุงรสแซ่บ: ปิดไฟแล้วค่อยปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว และพริกบุบ (การปรุงนอกไฟช่วยให้มะนาวไม่ขมและพริกยังคงสีสวย) โรยหน้าด้วยพริกทอดเพิ่มความหอม

เคล็ดลับความอร่อย 👌

ดับคาวปลา: นอกจากการล้างด้วยเกลือแล้ว การใส่ น้ำส้มสายชู ลงในน้ำเดือดเล็กน้อยก่อนใส่ปลา จะช่วยให้เนื้อปลาขาวเด้งและไร้กลิ่นคาว

ความแซ่บ: หากชอบรสชาติแบบอีสานแท้ๆ สามารถใส่ ใบมะขามอ่อน ลงไปต้มพร้อมปลาเพื่อให้ได้ความเปรี้ยวละมุนและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว

ปลาช่อนทอด: สำหรับใครที่กลัวเนื้อปลาเละ สามารถนำปลาช่อนไป ทอดให้เหลืองกรอบ ก่อนนำมาลงในน้ำต้มแซ่บ จะได้สัมผัสที่แตกต่างไปอีกแบบ

3/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมต้มแซ่บปลาช่อนเป็นหนึ่งในเมนูต้มยำยอดนิยมที่หลายคนชื่นชอบ ด้วยรสชาติเปรี้ยวเผ็ดจากน้ำมะนาวและพริกขี้หนูสวน รวมเลซสมุนไพรไทยที่ให้ความหอมชวนกินอย่างข่า ตะไคร้ และใบมะกรูดสูตรนี้ถือเป็นการอนุรักษ์รสชาติแบบโบราณที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าและความสดใหม่ จากประสบการณ์การทำต้มแซ่บปลาช่อน แนะนำว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือต้องล้างปลาช่อนด้วยเกลือหรือน้ำส้มสายชูให้สะอาดเพื่อชะล้างเมือกและกลิ่นคาวของปลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยให้เนื้อปลาเวลาต้มแล้วยังคงความขาวและเด้งน่ากิน นอกจากนี้การใส่น้ำส้มสายชูเล็กน้อยในขณะที่น้ำกำลังเดือดก่อนใส่ปลา ยังช่วยลดกลิ่นคาวและทำให้น้ำซุปมีความสดชื่นมากยิ่งขึ้น สำหรับผักและสมุนไพรที่ใส่ในน้ำซุป เช่น เห็ดฟาง ผักชีฝรั่ง และใบกะเพรา หากต้องการรสชาติที่อบอุ่นและเข้มข้นมากขึ้น สามารถเพิ่มใบมะขามอ่อนลงไปต้มพร้อมกันได้เพื่อเพิ่มความเปรี้ยวละมุนและกลิ่นหอมเฉพาะตัวแบบอีสานแท้ๆ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มมิติให้กับรสชาติของต้มแซ่บโดยไม่ต้องปรุงเพิ่มมาก อีกหนึ่งเคล็ดลับที่ได้ทดลองแล้วชอบมาก คือการนำปลาช่อนไปทอดให้เหลืองกรอบก่อน จากนั้นนำมาลงในน้ำต้มแซ่บ วิธีนี้จะช่วยให้ปลาไม่เละและเพิ่มรสสัมผัสความกรุบกรอบที่แตกต่างจากการต้มปลาชิ้นสดเพียงอย่างเดียว ทำให้เมนูนี้มีความพิเศษและน่าสนใจมากขึ้น สุดท้าย การปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว และพริกบุบภายนอกหม้อหลังปิดไฟ คือหัวใจสำคัญที่จะไม่ทำให้น้ำมะนาวขมและยังคงสีสันของพริกสดได้สวยงาม พร้อมทั้งดึงรสชาติความเปรี้ยวเผ็ดแซ่บอย่างลงตัว เหมาะสำหรับใครที่อยากทำเมนูอาหารไทยง่าย ๆ ที่เต็มไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการและรสชาติที่โดดเด่น