🌿 บางครั้ง… เราใช้ "แสงสว่าง" เพื่อหลีกหนีจากความมืดข้างใน

มีคำถามที่พู่อยากชวนให้นั่งเงียบๆ แล้วถามตัวเองสักครู่นะคะ

ไม่ใช่คำถามที่ยาก

แต่อาจเป็นคำถามที่เราหลีกเลี่ยงมานานโดยไม่รู้ตัว

ในโลกของการพัฒนาจิตใจ มีคำศัพท์หนึ่งที่นักจิตวิทยาชื่อ John Welwood บัญญัติไว้ตั้งแต่ปี 1984

เขาเรียกมันว่า "Spiritual Bypassing"

หรือแปลตรงๆ ว่า… "การใช้ทางจิตวิญญาณเพื่อข้ามผ่านบาดแผลที่ยังค้างคา"

ฟังดูแปลกไหมคะ?

เพราะเราคุ้นเคยกับภาพว่า คนที่ทำสมาธิ ฝึกพลังงาน อ่านตำราจิตวิญญาณ ต้องเป็นคนที่ "เติบโตทางใน" แล้ว

แต่ความจริงคือ… บางครั้งสิ่งที่เราเรียกว่า "การตื่นรู้" อาจเป็นแค่การสร้างภาพลักษณ์ที่งดงาม เพื่อไม่ต้องหันกลับไปมองสิ่งที่เจ็บปวดข้างใน

🪞 ลองส่องกระจกด้วยกันนะคะ

คุณเคยรู้สึกแบบนี้ไหม?

✦ ทุกครั้งที่มีความขัดแย้ง หรือความรู้สึกที่ไม่สบายใจ เราไม่ได้นั่งอยู่กับมัน แต่รีบ "ปล่อยวาง" หรือ "ส่งพลังงานดีๆ" แทน

✦ เราบอกตัวเองว่า "นั่นคือกรรม" หรือ "จักรวาลจัดการให้แล้ว" โดยไม่ได้แตะต้องความรู้สึกจริงๆ ว่า… ตอนนี้ฉันเจ็บ ฉันโกรธ ฉันกลัว ฉันเสียใจ

✦ เราโพสต์คำคมสวยๆ เรื่องการให้อภัย แต่ในใจลึกๆ ยังไม่ได้ให้อภัยจริงๆ เลย

✦ เราภูมิใจที่ตัวเองเข้าใจเรื่องพลังงาน จักรราศี หรือการบำบัด แต่กลับใช้ความรู้นั้นตัดสินคนอื่นมากกว่าเข้าใจตัวเอง

พู่อยากบอกนะคะ ว่าถ้าคุณเห็นตัวเองในบางข้อข้างต้น ไม่ต้องตัดสิน ไม่ต้องโกรธตัวเอง

เพราะมันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในทุกคนที่เดินบนเส้นทางนี้ รวมถึงพู่เองด้วยค่ะ 🤍

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไร ว่าตอนนี้เรากำลังเติบโต หรือแค่กำลังหลบหนี?

พู่ขอแนะนำการปฏิบัติเล็กๆ ที่ทำได้เองที่บ้านนะคะ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ ไม่ต้องมีครู ใช้แค่ความเต็มใจที่จะนั่งอยู่กับตัวเองอย่างซื่อสัตย์

✦ 1. หยุดก่อนจะ "ปล่อยวาง"

ครั้งต่อไปที่รู้สึกอยากรีบปล่อยวาง ลองหยุดสักครึ่งนาทีก่อนค่ะ แล้วถามตัวเองว่า

"ฉันรู้สึกอะไรอยู่จริงๆ ตอนนี้?"

"ฉันอยากปล่อยวางเพราะรู้สึกพร้อมแล้ว… หรือเพราะไม่อยากรู้สึกกับสิ่งนี้?"

แค่ถาม ไม่ต้องตอบให้ถูก แต่ให้ความรู้สึกนั้นได้ถูกมองเห็นก่อนค่ะ

✦ 2. เขียน "ไดอารี่ไม่สวย" สัปดาห์ละครั้ง

ไม่ใช่การเขียนสิ่งที่ดีงาม แต่เขียนสิ่งที่รู้สึกจริงๆ ในสัปดาห์นั้น

"ฉันโกรธมากเลยที่เขาทำแบบนั้น"

"ฉันยังเจ็บอยู่ ทั้งที่บอกตัวเองว่าให้อภัยแล้ว"

ไม่ต้องสวย ไม่ต้องแก้ ไม่ต้องให้ใครอ่าน มันคือพื้นที่ที่ตัวเองได้เป็นตัวเองอย่างสมบูรณ์ค่ะ 🤍

✦ 3. สังเกต "คำพูดที่ใช้กับตัวเอง"

เวลาที่ทำผิดพลาด หรือรู้สึกแย่ เสียงในหัวพูดว่าอะไร?

"ฉันไม่ควรรู้สึกแบบนี้ ฉันควรจะตื่นรู้กว่านี้แล้ว"

หรือ… "โอเคนะ มันเจ็บ และนั่นก็โอเคค่ะ"

คนที่เดินทางจิตวิญญาณอย่างแท้จริง ไม่ได้ไม่มีวันล้ม แต่เขาเรียนรู้ที่จะลุกขึ้นด้วยความเมตตาต่อตัวเอง ไม่ใช่ด้วยการตำหนิตัวเองว่า "ยังไม่พัฒนาพอ"

✦ 4. ถามตัวเองหลังทำสมาธิหรือฝึกพลังงาน

"ฉันรู้สึกเชื่อมต่อกับตัวเองมากขึ้นไหม?"

"หรือฉันแค่รู้สึกสงบชั่วคราว แล้วพอเปิดตาก็ยังเหมือนเดิม?"

ทั้งสองแบบไม่ผิดค่ะ แต่การรู้ว่าตัวเองอยู่ตรงไหน คือจุดเริ่มต้นของการเติบโตที่แท้จริง

เส้นทางจิตวิญญาณที่แท้จริง ไม่ได้พาเราออกไปจากความรู้สึก แต่พาเรา กลับเข้ามาหาตัวเองอย่างซื่อสัตย์มากขึ้น

มันทำให้เรา… อ่อนโยนกับตัวเองมากขึ้น และเชื่อมต่อกับคนรอบข้างได้ลึกขึ้น

🌙 คำถามทิ้งท้ายสำหรับวันนี้

"ฉันปฏิบัติจิตวิญญาณเพื่อเติบโต…

หรือเพื่อไม่ต้องรู้สึกกับสิ่งที่ค้างอยู่ข้างใน?"

ไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิดค่ะ มีแค่ความซื่อสัตย์ที่เราเลือกให้กับตัวเอง

พู่อยู่ตรงนี้ และเข้าใจคุณ 🤍

#จิตวิญญาณ #ตื่นรู้ #SelfAwareness #SpiritualGrowth

4/8 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมบางครั้งเรามักเผลอใช้สิ่งที่คนอื่นมองว่าเป็นความก้าวหน้าทางจิตวิญญาณ เช่น การทำสมาธิ หรือการเข้าใจเรื่องพลังงาน ไปเป็นเกราะป้องกันตัวเองจากความรู้สึกเจ็บปวดภายใน ซึ่งนี่คือสิ่งที่เรียกว่า Spiritual Bypassing อย่างแท้จริงแล้ว การเติบโตทางจิตใจไม่ได้หมายความว่าเราต้องละทิ้งหรือข้ามผ่านความรู้สึกเจ็บปวดเหล่านั้น แต่ควรจะเป็นการเผชิญหน้าและรับรู้อย่างเต็มที่ว่าสิ่งเหล่านั้นมีอยู่จริงในใจเรา จากประสบการณ์ส่วนตัว การหยุดและถามตัวเองว่า "ตอนนี้ฉันรู้สึกอะไรจริงๆ" ก่อนที่จะตัดสินใจปล่อยวาง เหมือนเป็นการเปิดพื้นที่ให้ความรู้สึกได้รับการยอมรับก่อน ซึ่งช่วยลดความรู้สึกหลอกตัวเองหรือแสร้งทำเป็นดีขึ้นมาก อีกสิ่งที่ได้ทำคือการเขียนไดอารี่แบบที่ไม่ได้สวยงามแต่เป็นของจริง โดยเขียนความรู้สึกทั้งหมดที่เกิดขึ้นในแต่ละสัปดาห์ เช่น ความโกรธ ความผิดหวัง หรือความเสียใจ การทำแบบนี้ช่วยให้ฉันได้เห็นภาพของจิตใจที่แท้จริงของตัวเองอย่างชัดเจน และไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกตัดสินหรือจำเป็นต้องปกปิดความรู้สึกนั้น สิ่งสำคัญอีกอย่างที่ได้เรียนรู้คือการสังเกตคำพูดที่ใช้กับตัวเอง เมื่อเกิดความผิดพลาดหรือความรู้สึกแย่ๆ เสียงในหัวที่เลือกพูดกับตัวเองมีผลต่อการฟื้นตัวทางจิตวิญญาณอย่างมาก การเปลี่ยนจากการตำหนิตัวเองเป็นการให้กำลังใจและเมตตาต่อตัวเองนั้นทำให้น้ำหนักของความรู้สึกบีบรัดเบาบางลงและเปิดโอกาสให้เติบโตแท้จริง นอกจากนี้ หลังจากการทำสมาธิหรือฝึกพลังงาน การทบทวนตัวเองว่า "ฉันรู้สึกเชื่อมต่อกับตัวเองจริงๆ หรือแค่รู้สึกสงบชั่วคราว" เป็นวิธีที่ดีในการประเมินสถานะการเติบโตภายในตัวเอง การรู้ว่าตัวเราอยู่ตรงไหนนั้นเองที่จะช่วยให้เส้นทางจิตวิญญาณไม่กลายเป็นภาพลวงตาหรือการหลบหนีอีกต่อไป สรุปแล้ว การเดินทางทางจิตวิญญาณที่แท้จริงคือการกลับมาหาตัวเองอย่างซื่อสัตย์ พร้อมทั้งยอมรับทุกความรู้สึกทั้งบาดแผลและความสุขใจอย่างอ่อนโยน นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเชื่อมต่อที่ลึกซึ้งทั้งกับตัวเองและผู้คนรอบข้าง การก้าวผ่าน Spiritual Bypassing จึงเป็นการเรียนรู้ที่ต้องใช้ความใจเย็นและเมตตาต่อตัวเองอย่างแท้จริง

3 ความคิดเห็น

รูปภาพของ ย่าตี๊ส..psk499
ย่าตี๊ส..psk499

ค่ะคุณภู่จะลองทำตามที่คุณบอกดูระคะขอบคุณมากๆจริงๆค่ะ และขอบคุณทุกๆคนที่ใส่ใจในความรู้สึกของเราไม่ทราบจะขอบคุณขนาดไหนถึงจะพอสำหรับความรู้สึกดีๆที่มีต่อเรา

รูปภาพของ On On1510
On On1510

ขออนุญาตใช้ภาพนะคะ ! ขอบคุณคะ .. 🙏🥰

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม