自動翻訳されています。元の投稿を表示する

2日目-2日目(Walk-Run100kmChallenge)10/100 km

ウォーキング・ランニング100 kmチャレンジ2日目の2回目。ジョギングを含めた距離を2回目に開始しました。まだ低いペースでジョギングをしており、ジョギングの50%程度を止めています。しかし、肋骨の痛みはチャレンジ1日目よりも少なく感じました。

🗓2/114日(31/3/2026まで)

#エクササイズ #ジョギング #100キロチャレンジ その2

2025/12/17 に編集しました

... もっと見るการท้าทายวิ่ง-เดินระยะไกลอย่าง 100 กิโลเมตรนั้น ต้องอาศัยการวางแผนการฝึกซ้อมและฟื้นฟูร่างกายอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บและทำให้การวิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น การแบ่งสัดส่วนระหว่างการเดินและการวิ่งจ๊อกกิ้งในแต่ละวัน รวมถึงการรักษาจังหวะวิ่งแบบช้าและการหยุดพักเป็นช่วงๆ เช่น หยุดวิ่งประมาณ 50% ของเวลาที่วิ่งจริง เป็นกลยุทธ์ที่ดีในการลดแรงกระแทกและหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บ บทเรียนจากวันแรกที่มีอาการเจ็บซี่โครงช่วยให้มีการปรับปรุงวิธีการวิ่งอย่างระมัดระวัง ทั้งนี้จากข้อมูล STRAVA ของวันที 2 จะเห็นว่าผู้เขียนใช้เวลา 24 นาที 23 วินาที สำหรับระยะทาง 3.01 กิโลเมตร ที่จังหวะเฉลี่ย 8:06 นาทีต่อกิโลเมตร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการรักษาความเร็วแบบค่อยเป็นค่อยไปเพื่อเพิ่มระยะทางและความอดทน นอกจากการจัดการจังหวะการวิ่งแล้ว การเลือกสวมใส่รองเท้าวิ่งที่เหมาะสมและการอบอุ่นร่างกายก่อนเริ่มวิ่งก็ถือว่ามีความสำคัญมาก เนื่องจากช่วยลดโอกาสการบาดเจ็บและช่วยให้กล้ามเนื้อพร้อมรับแรงกระแทก นอกจากนั้น ควรมีการยืดเหยียดหลังวิ่งเพื่อให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายและลดอาการตึง การดื่มน้ำให้เพียงพอก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยรักษาสมดุลของร่างกายและฟื้นฟูหลังการออกกำลังกาย สำหรับใครที่สนใจร่วมท้าทายวิ่ง-เดิน 100 กม. ควรกำหนดเป้าหมายระยะเวลาในการทำแต่ละช่วงและฟังเสียงร่างกายอย่างใกล้ชิด หากมีอาการเจ็บปวดหรือรู้สึกไม่สบายควรหยุดพักเพื่อป้องกันการบาดเจ็บรุนแรง พร้อมสร้างแรงจูงใจด้วยการแชร์ประสบการณ์ผ่านโซเชียลมีเดียหรือเข้าร่วมกลุ่มวิ่งเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและแรงสนับสนุนจากเพื่อนร่วมกิจกรรม จะช่วยทำให้เป้าหมายนี้เป็นไปได้ง่ายขึ้นและสนุกมากขึ้น