อยากใส่xs
หลังจากออกกำลังกายครบ 1 เดือน เราอินมากจน “ในที่สุดก็สั่งกางเกงไซส์ XS ได้!!!” แต่ความจริงคือ…ของมาถึงแล้ว “ใส่ไม่ได้อ่ะ” เลยกลับมานั่งหาคำตอบแบบจริงจังว่า XS คือไซส์อะไร และทำไม XS ของแต่ละแบรนด์ถึงไม่เท่ากัน XS คือไซส์อะไร? โดยทั่วไป XS (Extra Small) คือไซส์เล็กกว่าตัว S อีกหนึ่งระดับ แต่ไม่ได้มีมาตรฐานเดียวเป๊ะ ๆ นะคะ บางแบรนด์ XS อาจพอ ๆ กับ S ของอีกแบรนด์ได้เลย เพราะแต่ละที่มีแพทเทิร์นและกลุ่มลูกค้าไม่เหมือนกัน ดังนั้นดูแค่ตัวอักษร “XS” อย่างเดียวอาจพลาดได้ วิธีเช็ก “XS size” ให้ตรงตัวเราที่สุด แนะนำดูตารางไซส์เป็นเซนติเมตร และวัดร่างกายตัวเองก่อนสั่ง โดยจุดที่ควรวัดมีประมาณนี้ - เอว (Waist): วัดรอบเอวส่วนที่คอดที่สุด หรือจุดที่เราจะใส่กางเกงจริง ๆ (บางคนใส่เอวต่ำ/เอวสูงไม่เท่ากัน) - สะโพก (Hip): วัดรอบสะโพกส่วนที่กว้างที่สุด - ต้นขา/ความยาวเป้า (ถ้ามีในตาราง): สำคัญมากสำหรับกางเกงทรงเข้ารูป เพราะบางทีเอวผ่านแต่ต้นขาตึง หรือเป้าสั้นทำให้นั่งไม่สบาย ทริคที่เราใช้หลังเจ็บมาแล้ว (สั่ง XS แล้วใส่ไม่ได้) 1) เอากางเกงตัวที่ใส่พอดีมาวัดเทียบ: วัดเอวกางเกงแบบวางราบ (คูณ 2) แล้วเทียบกับตารางไซส์ของร้าน จะใกล้เคียงกว่าวัดตัวอย่างเดียวในบางครั้ง 2) ดูรีวิวคนที่รูปร่างใกล้เรา: โดยเฉพาะรีวิวที่บอกส่วนสูง/น้ำหนัก/รอบเอว-สะโพก จะช่วยเดาไซส์ได้ดีมาก 3) เช็กเนื้อผ้า: ถ้าเป็นผ้ายืด (stretch) XS อาจพอไหว แต่ถ้าเป็นผ้ายีนส์แข็ง/ไม่ยืด ควรเผื่อไซส์ไว้หนึ่งระดับ 4) อย่ายึดติดตัวอักษร: XS ไม่ได้แปลว่า “หุ่นดี” เสมอไป และการใส่ไม่ได้ก็ไม่ได้แปลว่าเราล้มเหลว แค่ไซส์แบรนด์นั้นไม่ตรงกับสัดส่วนเราเท่านั้น สุดท้าย ถ้าเป้าหมายคืออยากใส่ XS ให้ได้จริง ๆ เราว่าโฟกัสที่ความต่อเนื่องของการออกกำลังกายดีกว่า แล้วให้ “ไซส์” เป็นแค่ข้อมูลประกอบการเลือกซื้อ พอวัดตัว + เช็กตารางละเอียดขึ้น โอกาสกดสั่งแล้วเฟลจะน้อยลงเยอะค่ะ