กราบลาอุปสมบท

ข้าพเจ้า นายเสน่ห์ แสงวิมล(โชติ)

ขอกราบลาอุปสมบท กรรมใดๆ ที่ข้าพเจ้าได้ล่วงเกินท่าน ด้วยกาย วาจา ใจ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ ขอได้โปรดอโหสิกรรมให้ข้าพเจ้าด้วยเทอญ เพื่อความบริสุทธิ์แห่งเพศพรหมจรรย์"

ขอท่านโปรดอโหสิกรรมนั้นต่อข้าพเจ้าด้วยเถิด

ในวันที่ 16 เมษายน 2569 พิธีช่วงเช้า ณ วัด กระทิงลาย บางละมุง ชลบุรี

3/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการอุปสมบทถือเป็นขั้นตอนสำคัญในชีวิตของผู้ที่เลือกเดินทางสายธรรมะ เพราะเป็นการสละชีวิตฆราวาสเข้าสู่เพศบรรพชิตอย่างเต็มตัว การกราบลาอุปสมบทจึงเป็นพิธีที่แสดงถึงความเคารพและความรับผิดชอบต่อผู้อื่น และยังสะท้อนถึงความบริสุทธิ์ใจของผู้ที่ขอพรเพื่ออโหสิกรรม จากประสบการณ์ที่ได้ติดตามพิธีกรรมอุปสมบทและกราบลาอุปสมบทหลายครั้ง พบว่า การขออโหสิกรรมต่อตนเองและผู้อื่นเป็นสิ่งสำคัญ เพราะมนุษย์เราทุกคนล้วนมีกรรมและความผิดพลาดในการปฏิบัติต่อกัน ไม่ว่าจะเป็นทางกาย วาจา หรือมโนกรรม การยอมรับและขออโหสิกรรมจึงช่วยให้จิตใจสงบและทำให้การเดินทางทางธรรมในฐานะภิกษุสงฆ์เป็นไปอย่างราบรื่น พิธีกราบลาอุปสมบทในวันที่ 16 เมษายน 2569 ณ วัดกระทิงลาย บางละมุง จังหวัดชลบุรี เป็นช่วงเวลาที่สำคัญ เพราะผู้ที่อุปสมบทหรือผู้ขอลาสิกขาจะได้ระลึกถึงความรับผิดชอบและข้อผูกมัดทางธรรมที่ได้รับมาอย่างชัดเจน พร้อมทั้งแสดงความสำนึกผิดและขออโหสิกรรมอย่างจริงใจทั้งจากใจและกาย จึงเป็นการปิดภาคเรียนรูปแบบหนึ่งของชีวิตบวชที่เรียบร้อยและสงบ นอกจากนี้ การที่ผู้ขอลาสิกขาได้แสดงคำขออโหสิกรรมทั้งต่อหน้าและลับหลัง สะท้อนการตระหนักรู้ในความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นตลอดช่วงเวลาที่บวช ถือเป็นการยกระดับจิตใจให้สูงขึ้น มุ่งหวังความบริสุทธิ์ในใจและการเดินหน้าสู่ชีวิตใหม่อย่างมีสติและความเมตตาต่อผู้อื่น การจัดพิธีในวัดกระทิงลายยังแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างชุมชนและพุทธศาสนิกชนในการสนับสนุนการดำรงรักษาพระธรรมวินัย แม้เป็นเพียงช่วงเช้าแต่เต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์และความหมายลึกซึ้งสำหรับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง