ชมพู่ไทย
จากชมพู่สีแดงเข้มแห่งความเข้มแข็ง
สู่ชมพู่สีเขียวสายรุ้งแห่งความโดดเด่น
และชมพู่น้ำดอกไม้สีทองแห่งความคลาสสิก
ความหลากหลายของชมพู่ไทย เปรียบเสมือนความหลากหลายของผู้คน
ทุกสายพันธุ์มีเอกลักษณ์ของตัวเอง
เช่นเดียวกับทุกคนบนโลกใบนี้
╾ PAN Blue Phoenix ╼
ชมพู่ในประเทศไทยมีหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งกลุ่มพันธุ์โบราณ/พื้นเมือง และกลุ่มพันธุ์เพื่อการค้าที่พัฒนาขึ้นใหม่ โดยแบ่งตามโทนสีผลและรสชาติอย่างชัดเจน ดังนี้ครับ:
🟥 1. กลุ่มสีแดง / แดงเข้ม
⭕ชมพู่ทับทิมจันทร์: ผลสีแดงเข้มเป็นมัน รสชาติหวานจัด เนื้อแน่น กรอบ ไม่มีเมล็ด ฉ่ำน้ำปานกลาง
⭕ชมพู่มะเหมี่ยว: ผลสีแดงอมม่วงเข้ม (เกือบดำ) เนื้อหนานุ่มสีขาว มีเมล็ดใหญ่ รสชาติหวานอมเปรี้ยว มีกลิ่นหอมคล้ายดอกนมแมว
⭕ชมพู่สาแหรก: ผลสีแดงสลับลายริ้วขาว ทรงคล้ายมะเหมี่ยวแต่ผลเล็กกว่า เนื้อนุ่ม ฟู ฉ่ำน้ำ รสชาติหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย
⭕ชมพู่พลาสติกแดง (หรือชมพู่แก้ว): ผลสีแดงสดใส ขนาดเล็ก รสชาติเปรี้ยวเด่นอมหวานเล็กน้อย นิยมกินคู่กับพริกเกลือ
⭕ชมพู่สตอเบอรี่: ผลสีแดงสดทรงระฆังยาว รสชาติหวานกรอบ เนื้อแน่น ทนทานต่อการขนส่ง
🟩 2. กลุ่มสีเขียว / เขียวอมชมพู
✳️ชมพู่เพชรสายรุ้ง: ผลสีเขียวอ่อนมีริ้วเส้นสีชมพู/แดง รสชาติหวานจัดมาก เนื้อแน่น กรอบ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ราคาค่อนข้างสูง✳️ชมพู่เพชรสามพราน: ผลสีเขียวอมชมพูเรื่อ ทรงผลแป้นกว่าเพชรสายรุ้ง รสชาติหวานกรอบ เนื้อนุ่มฉ่ำน้ำ กินแล้วสดชื่น
✳️ชมพู่เขียวอำพัน: ผลสีเขียวตองอ่อนใส เนื้อหนามาก รสชาติหวานฉ่ำ กรอบ ไม่ค่อยมีเสี้ยน
✳️ชมพู่เขียวมรกต: ผลสีเขียวเข้ม รสชาติหวานจัด เนื้อกรอบแน่น เป็นอีกหนึ่งพันธุ์ที่คนชอบรสหวานนิยมปลูก
🧼3. กลุ่มสีชมพู / ชมพูอ่อน
🪅ชมพู่แก้มแหม่ม: ผลสีขาวอมชมพูเรื่อ ทรงกรวย เนื้อสีขาวนุ่ม มีไส้เป็นปุย รสชาติหวานอ่อน ๆ มีกลิ่นหอมคล้ายดอกกุหลาบ
🪅ชมพู่ซาลาเปา: ผลสีชมพูเข้ม รูปทรงกลมแป้นคล้ายซาลาเปา เนื้อฟูนุ่ม ฉ่ำน้ำ รสชาติหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย
⬜4. กลุ่มสีขาว / สีเหลือง
🍐ชมพู่น้ำดอกไม้ (พันธุ์โบราณ): ผลสีเหลืองทองหรือเขียวอมเหลือง รูปทรงกลมคล้ายน้ำเต้า ผลข้างในกลวงมีเม ล็ด เนื้อบาง กรอบนุ่ม รสชาติหวานอ่อน ๆ แต่มีจุดเด่นที่กลิ่นหอมจรุงใจคล้ายน้ำนมแมวหรือดอกนมแมว
🍐ชมพู่พลาสติกขาว: ผลสีขาวเนียนใส ทรงระฆังเล็ก รสชาติจืดอมเปรี้ยว เนื้อบาง กรอบกรุบ
🍐ชมพู่กะหล๋าป๋า: ผลสีขาวอมเหลืองหรือขาวซีด ทรงผลเล็ก รสชาติหวานอมเปรี้ยว มีกลิ่นหอมจางๆ
ชมพู่พันธุ์โบราณและสายพันธุ์แปลกๆ ในสวน ถือเป็นกิจกรรมที่น่าสนใจมาก เพราะนอกจากจะช่วยอนุรักษ์พันธุกรรมพืชไม่ให้สูญพันธุ์แล้ว หลายสายพันธุ์ยังมีรูปทรง สีสัน และกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ แตกต่างจากชมพู่ตลาดทั่วไปอย่างสิ้นเชิงครับนี่คือลิสต์สายพันธุ์ชมพู่โบราณและพันธุ์แปลกหายากที่นักสะสมนิยมปลูกในปัจจุบัน:
1. กลุ่มพันธุ์ไทยโบราณ (หาทานยากมาก)
- ชมพู่น้ำดอกไม้ (สีเหลือง/สีแดง): พันธุ์โบราณระดับตำนาน ผลทรงกลมคล้ายน้ำเต้าหรือ ลูกจัน ด้านในกลวง เนื้อบางนุ่ม จุดเด่นคือกลิ่นหอมแรงโชยจรุงใจคล้ายดอกนมแมว รสชาติหวานอบอวล ปัจจุบันมีทั้งพันธุ์ดั้งเดิม (ผลสีเหลืองทอง) และพันธุ์นำเข้า (ผลสีแดงม่วง)
- ชมพู่สาแหรก: ผลทรงคล้ายชมพู่มะเหมี่ยวแต่มีขนาดเล็กกว่า ผิวผลมีลายริ้วเส้นสีแดงสลับขาว เป็นทางยาวคล้ายลายสาแหรก เนื้อฟูนุ่ม ฉ่ำน้ำ รสชาติหวานอมเปรี้ยวสดชื่น
- ชมพู่แก้มแหม่ม: ผลรูปทรงกรวยคว่ำ สีขาวนวลอมชมพูระเรื่อ เหมือนแก้มของชาวต่างชาติ เนื้อสีขาวนุ่ม มีไส้ปุย รสหวานอ่อนๆ และมีกลิ่นหอมละมุนคล้ายดอกกุหลาบ
- ชมพู่กะหล๋าป๋า: ผลทรงกลมแป้นขนาดเล็ก สีขาวซีดหรือขาวอมเหลือง เนื้อหนากรอบ รสชาติหวานอมเปรี้ยว มีกลิ่นหอมจางๆ เป็นพันธุ์โบราณที่แทบไม่มีคนรู้จักแล้ว
- ชมพู่ขาวสากกระเบือ: พันธุ์โบราณชื่อแปลก ผลทรงยาวกระบอกคล้ายสาก ผลสีขาวบริสุทธิ์ เ นื้อกรอบ รสชาติหวานจืดปนเปรี้ยวเล็กน้อย นิยมปลูกดูแปลกตา
2. กลุ่มพันธุ์กลาย / พันธุ์แปลก (สายพันธุ์แฟนซี)
- ชมพู่ทับทิมจันทร์ด่าง / ชมพู่มะเหมี่ยวด่าง: เป็นกลุ่มไม้ใบด่างที่นักสะสมต้นไม้แปลกนิยมมาก นอกจากผลจะทานได้แล้ว ใบยังมีลายด่างสีขาวหรือครีมสวยงาม เหมาะสำหรับปลูกเป็นไม้ประดับโชว์ใบในสวน
- ชมพู่มะเหมี่ยวขาว: ปกติชมพู่มะเหมี่ยวจะมีผลสีแดงเข้มเกือบดำ แต่สายพันธุ์นี้ถูกพัฒนาจนได้ ผลสีขาวล้วน แต่ยังคงเอกลักษณ์เนื้อหนานุ่ม รสชาติหวานอมเปรี้ยว และกลิ่นหอมเกสรดอกไม้เด่นชัดเหมือนเดิม
- ชมพู่ไถหนาน (Tainan): สายพันธุ์แปลกนำเข้า ผลมีทรงยาวรีคล้ายรูปหัวใจหรือหยดน้ำขนาดใหญ่ ผิวสีแดงอมดำเข้มจัด เนื้อแน่นกรอบมากและหวานจัด ทนทานต่อสภาพอากาศร้อนได้ดี
แอดก็เอามาให้สายพันธุ์ที่นิยมและโบราณที่เราไม่รู้ ถ้าท่านมี อะไรก็เสริมใด้ครับ
#ป้ายยากับLemon8 (ป้ายยาสายพันธุ์ชมพู่น่ากิน)









































❤️❤️❤️