ด่วน! ตรวจพบ “โดรนปริศนา” บินก่อกวนเหนือบริเวณแท่นขุดเจาะน้ำมันแท่นเอราวัณกลางทะเล กองทัพเรือภาคที่ 2 ส่งอากาศยานและเรือตรวจการณ์เข้าตรวจสอบในพื้นที่ดังกล่าว
.
18 ธ.ค. - เรือโทหญิง ปรียาดา บัวสมบุญ ผู้ช่วยโฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการตรวจพบอากาศยานไร้คนขับ (Drone) ไม่ทราบฝ่าย บินเข้ามาก่อกวนบริเวณแท่นขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติกลางทะเลของบริษัท ปตท.สผ. หลายแห่งในอ่าวไทย ประกอบด้วย แท่นเอราวั ณ แท่นไพลิน แท่นสตูล และแท่นฟูนาน โดยยืนยันว่ากองทัพเรือไม่ได้เพิกเฉยตามที่มีการนำเสนอข่าวบิดเบือนในบางสำนัก แต่ได้เร่งดำเนินการเข้าควบคุมสถานการณ์และจัดวางกำลังคุ้มกันอย่างเข้มงวดมาโดยตลอด
.
ลำดับเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ที่ผ่านมา เมื่อกองทัพเรือได้รับแจ้งเหตุจากฝ่ายรักษาความปลอดภัยของแท่นเอราวัณว่ามีโดรนปริศนาบินเข้ามาในเขตพื้นที่ปฏิบัติงาน ทันทีที่รับทราบเหตุ ทัพเรือภาคที่ 2 ได้สั่งการให้นำอากาศยานออกตรวจการณ์เพื่อค้นหาพิกัดฐานปล่อยหรือแหล่งที่มาของโดรนดังกล่าวในทันที โดยครอบคลุมรัศมี 10 กิโลเมตรรอบแท่นขุดเจาะ พร้อมทั้งจัดเรือหลวงและเฮลิคอปเตอร์ออกลาดตระเวนในพื้นที่อย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุจนถึงปัจจุบัน เพื่อเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมตอบโต้สถานการณ์ที่อาจกระทบ ต่อความมั่นคงทางพลังงาน
.
นอกจากปฏิบัติการภาคสนามแล้ว กองทัพเรือยังได้ทำงานร่วมกับฝ่ายรักษาความปลอดภัยของบริษัทผู้ผลิตน้ำมันอย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนยุทธศาสตร์ป้องกันและสนับสนุนความมั่นคงในทะเลอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้ยืนยันว่า ที่ผ่านมาบริษัทได้ประสานงานกับกองทัพเรือและศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) มาอย่างราบรื่นโดยตลอด และปฏิเสธกระแสข่าวที่อ้างว่าบริษัทมีการให้ข้อมูลในลักษณะตำหนิการทำงานของกองทัพเรือ
.
ปัจจุบัน กองทัพเรือยังคงปฏิบัติภารกิจคุ้มครองความปลอดภัยและเฝ้าระวังแท่นขุดเจาะที่ถูกคุกคามอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำความมั่นใจแก่ประชาชนและภาคธุรกิจว่า การปฏิบัติหน้าที่รักษาอธิปไตยทางทะเลและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของชาติด ำเนินไปอย่างรอบคอบและเต็มขีดความสามารถ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติทางทะเลอย่างดีที่สุด
Cr.ArmyMilitaryForce
สถานการณ์การตรวจพบโดรนปริศนาเกินเขตบริเวณแท่นขุดเจาะน้ำมันในพื้นที่กลางทะเล อ่าวไทย โดยเฉพาะแท่นเอราวัณ ถือเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความกังวลด้านความมั่นคงของพลังงานและความปลอดภัยในพื้นที่ทางทะเล สาเหตุหลักที่ทำให้โดรนบินเข้ามาก่อกวนอาจเกี่ยวข้องกับการสอดแนมหรือกิจกรรมที่มีเจตนาไม่เหมาะสม ซึ่งกองทัพเรือและฝ่ายรักษาความปลอดภัยของบริษัท ปตท.สผ. ได้ประสานงานกันอย่างใกล้ชิดเพื่อตรวจสอบและจัดการกับภัยคุกคามนี้อย่างรวดเร็วและรอบคอบ โดยการส่งอากาศยานไร้คนขับและเรือตรวจการณ์ออกลาดตระเวนครอบคลุมพื้นที่รัศมี 10 กิโลเมตรรอบแท่นขุดเจาะ เป็นมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังที่สำคัญ ช่วยให้สามารถระบุพิกัดฐานปล่อยโดรนและเฝ้าระวังการเคลื่อนไหวของโดรนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ กองทัพเรือยังวางแผนยุทธศาสตร์ป้องกันแบบครบวงจร โดยร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตน้ำมันและหน่วยงานเกี่ยวข้อง เช่น ศรชล. เพื่อรักษาความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เหตุการณ์โดรนก่อกวนยังสะท้อนถึงความเปราะบางและความจำเป็นในการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่แท่นขุดเจาะน้ำมัน นอกจากมาตรการตรวจสอบทางเทคนิคแล้ว การมีแผนรับมือฉุกเฉิน การฝึกอบรมบุคลากรและการเพิ่มขีดความสามารถในการติดตามภัยคุกคามทางเทคโนโลยีจึงเป็นสิ่งจำเป็นด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายหรือหยุดชะงักในการผลิตพลังงานซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศไทย ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถมั่นใจได้ว่ากองทัพเรือปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังและเต็มสมรรถนะ พร้อมเฝ้าระวังและตอบสนองต่อภัยคุกคามทางทะเลอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ยังเป็นตัวอย่างของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนที่มีเป้าหมายเพื่อปกป้องโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของชาติซึ่งเป็นหัวใจของความมั่นคงด้านพลังงานและเศรษฐกิจในระยะยาว