ด่วน! ทรัมป์ กล่าวหาไทย "เริ่ม" สงครามกับกัมพูชา โม้ลั่น! สามารถหยุดสงครามได้แล้ว 8 ครั้ง ด้านสื่อเขมรรีบงับ รายงานข่าวทันที ชี้ไทยเป็นฝ่ายเริ่มความขัดแย้งกับกัมพูชาในครั้งนี้

.

เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 68 ในการแถลงข่าวเปิดตัวแผนสร้างเรือรบลำใหม่ของสหรัฐฯ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับการยุติความขัดแย้งทั่วโลก

.

โดยตอนแรกประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวถึงสงครามรัสเซีย-ยูเครนก่อน ระบุว่า “การเจรจาเรื่องยูเครน-รัสเซียยังคงดำเนินต่อไป พวกเขาสูญเสียทหารไป 27,000 นายเมื่อเดือนที่แล้ว รวมถึงประชาชนด้วย มีความเกลียดชังอย่างรุนแรงระหว่างสองผู้นำ ปูตินและเซเลนสกี และผมหวังว่าเราจะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้”

.

จากนั้นทรัมป์กล่าวว่า “ผมยุติสงครามไปแล้ว 8 ครั้ง รวมถึงของประเทศไทยที่กำลังดีขึ้น ที่พวกเขาเริ่มกับกัมพูชา พวกเขาเริ่มก่อสงครามอีกครั้ง แต่ผมคิดว่ามาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เราจัดการเรื่องนั้นได้ดีพอที่จะหยุดยั้งมันได้ ดังนั้นเราจึงหยุดสงครามไปแล้ว 8 ครั้ง”

.

ซึ่งหลังทรัมป์พูดประโยคดังกล่าวออกไป ทางสื่อกัมพูชาก็รีบรายงานเรื่องนี้ทันที เพื่อพยายามกล่าวหาว่าไทยเป็นฝ่ายเริ่มความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชาก่อน

.

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก : PPTV HD 36

2025/12/23 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชาที่ถูกกล่าวถึงโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถือเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะเมื่อทรัมป์ระบุว่าสหรัฐฯ ได้มีส่วนในการยุติสงครามต่าง ๆ รวมถึงความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา ที่เขาอ้างว่าสามารถหยุดเหตุการณ์ได้ถึง 8 ครั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงบทบาทของสหรัฐฯ ในการเป็นตัวกลางหรือมีอิทธิพลต่อการแก้ไขความขัดแย้งในระดับนานาชาติ ในอดีต ไทยและกัมพูชามีความขัดแย้งชายแดนที่ยืดเยื้อและซับซ้อน ทั้งเรื่องเขตแดนและมรดกทางประวัติศาสตร์ ซึ่งมักก่อให้เกิดการปะทะกันในบางช่วงเวลา ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศมีความตึงเครียดเสมอ การที่ทรัมป์อ้างว่าความขัดแย้งนี้ถูกยุติหรือควบคุมได้ ชี้ให้เห็นถึงความพยายามของภาคนโยบายระหว่างประเทศในการสร้างเสถียรภาพในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม การรายงานข่าวของสื่อกัมพูชาที่เน้นย้ำว่าไทยเป็นฝ่ายเริ่มความขัดแย้งนั้น อาจสะท้อนถึงการรับรู้และมุมมองที่แตกต่างกันของสองฝ่ายในเรื่องนี้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติเมื่อมีความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์เกิดขึ้น ดังนั้น ผู้อ่านควรติดตามข้อมูลจากหลายแหล่งข่าวและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบคอบ เพื่อเข้าใจบริบทที่แท้จริงอย่างลึกซึ้ง สำหรับการยุติสงครามหรือความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทั่วโลกนั้น การเจรจาและการจัดการทางการทูตยังคงเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการลดปัญหาความรุนแรง เพื่อให้ประชาชนในประเทศต่าง ๆ ได้มีชีวิตที่สงบสุขและปลอดภัยมากขึ้น ความเคลื่อนไหวของผู้นำโลกอย่างทรัมป์จึงเป็นสัญญาณหนึ่งที่แสดงถึงการมุ่งเน้นแก้ไขปัญหาสันติภาพในระดับสากลอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครนที่ทรัมป์กล่าวอ้าง ก็สะท้อนถึงความซับซ้อนของสถานการณ์ความขัดแย้งในยุโรป ที่ยังคงมีผลกระทบต่อความมั่นคงโลกโดยรวม ดังนั้น การติดตามข่าวสารและการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทางการเมืองเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่สนใจเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและภูมิภาค