’ทีมโฆษก กอ.รมน‘ โพสต์ “เลขหลังบัตร ห้ามให้ใครรู้“

เมื่อวันที่ 18 ก.พ.69 ทีมทีมโฆษกอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โพสต์ x

Laser ID คือรหัสตัวอักษร–ตัวเลข 12 หลัก ที่สลักด้วยเลเซอร์อยู่ด้านหลังบัตรประชาชนไทย (มักเรียกว่า “เลขหลังบัตร” หรือ laser number)

รูปแบบทั่วไป: ตัวอักษร 2 ตัว + ตัวเลข 10 ตัว (เช่น AA1234567890)

📌 หน้าที่ของ Laser ID

- ใช้ยืนยันตัวตนเพิ่มเติม คู่กับเลขบัตรประชาชน 13 หลัก

- ใช้สมัคร/ยืนยันตัวตนในระบบออนไลน์ เช่น แอปธนาคาร บริการภาครัฐ

- ใช้ป้องกันการปลอมแปลงบัตร (เพราะเป็นรหัสเฉพาะบัตรใบนั้น)

⚠️ ควรเปิดเผยได้ไหม?

- ถือเป็น ข้อมูลส่วนบุคคล ตามนิยามในกฎหมายไทย เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

- ไม่ควรโพสต์ลงโซเชียล หรือส่งให้ผู้อื่นโดยไม่จำเป็น

- ให้เฉพาะหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ และมีเหตุจำเป็นจริง ๆ

📌 สรุปง่าย ๆ

Laser ID = เหมือน “รหัสผ่านบนบัตร”

ใช้เพิ่มความมั่นใจว่าเป็นเจ้าของบัตรจริง ไม่ใช่แค่รู้เลขประชาชน

“เลขหลังบัตรประชาชนถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลและควรเก็บเป็นความลับ” มาจากหลักกฎหมายและแนวปฏิบัติ PDPA ของไทย ดังนี้:

📌 1. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA)

กฎหมายฉบับนี้เป็น กฎหมายของประเทศไทย ว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนถูกเก็บ ใช้ หรือเผยแพร่เฉพาะตามวัตถุประสงค์และได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลเท่านั้น ซึ่งผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2565

→ หมายความว่า: ข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลได้ เช่น เลขบัตรประชาชนหน้าและเลขหลังบัตร ถือเป็น “ข้อมูลส่วนบุคคล” ที่ต้องได้รับความยินยอมก่อนเผยแพร่หรือเปิดเผย

📌 2. PDPA ระบุว่าการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นเรื่องผิดกฎหมาย

กฎหมายคุ้มครองไม่ให้ใครนำข้อมูลของผู้อื่นไปเก็บ ใช้ หรือเผยแพร่โดยพลการ หากไม่มีสิทธิอนุญาตจากเจ้าของข้อมูล

→ จึงทำให้ โพสต์เลขหลังบัตรประชาชนลงสาธารณะ อาจเข้าเกณฑ์นี้ได้

📌 3. ตัวอย่างนโยบายความเป็นส่วนตัวที่จัดให้เลขหลังบัตรเป็นข้อมูลที่ต้องดูแล

หลายองค์กร/ธุรกิจ (เช่น บริษัทประกัน) ระบุในนโยบายความเป็นส่วนตัวว่า “เลขหลังบัตร” (laser number) ถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่จะถูกเก็บและต้องจัดการตาม PDPA

ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (Government Contact Center)

___

📌 หากพบเหตุหรือเบาะแสที่กระทบต่อความมั่นคง สามารถแจ้งได้ที่...

☎️ สายเหตุความมั่นคง 1374 ตลอด 24 ชั่วโมง

📍 Line Official : @promchuay

เพื่อให้หน่วยงานเข้าตรวจสอบและดำเนินการทันที

#เตือนภัย #มิจฉาชีพ

#กอรมน #ทีมโฆษกอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร #ทีมโฆษกกอรมน

2/19 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัว ผมเคยเจอสถานการณ์ที่ต้องใช้เลขหลังบัตรประชาชนเพื่อยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันธนาคารออนไลน์ ซึ่งทำให้รู้ว่าเลขนี้สำคัญมากในการเพิ่มความปลอดภัยและป้องกันไม่ให้ผู้อื่นใช้ข้อมูลประชาชนของเราได้ง่ายๆ อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นโพสต์หรือการแชร์ข้อมูลเลขหลังบัตรในโลกโซเชียล ผมคิดว่าสิ่งนี้เป็นความเสี่ยงอย่างมาก เพราะรหัสนี้เปรียบเสมือน "รหัสผ่านบนบัตร" หากข้อมูลนี้รั่วไหล คนร้ายอาจนำไปใช้แอบอ้างหรือสร้างความเสียหายได้ ดังนั้น การเก็บรักษาเลขนี้เป็นความลับ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ นอกจากนี้ จากคำแนะนำของทีมโฆษก กอ.รมน. และตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ของไทย เราควรจะให้เลขหลังบัตรเฉพาะกับหน่วยงานที่น่าเชื่อถือและจำเป็นจริงๆเท่านั้น ผมแนะนำให้ทุกคนตรวจสอบการใช้งานของข้อมูลส่วนบุคคลและตั้งค่าความเป็นส่วนตัวบนโซเชียลมีเดียให้รัดกุม เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง หากพบเหตุหรือเบาะแสที่น่าสงสัยเกี่ยวกับความมั่นคง เช่น มีคนพยายามขอข้อมูลเลขหลังบัตรโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน สามารถแจ้งสายด่วนเหตุความมั่นคง 1374 หรือผ่าน Line Official @promchuay เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและช่วยเหลือได้ทันที สุดท้าย ผมอยากฝากให้ทุกคนให้ความสำคัญกับข้อมูลส่วนบุคคลอย่างจริงจัง อย่าแชร์เลขหลังบัตรประชาชน หรือข้อมูลสำคัญอื่นๆ ในโลกออนไลน์อย่างไม่ระมัดระวัง เพราะความปลอดภัยของตัวเราขึ้นอยู่กับความรอบคอบของเราเอง