‘พีระเดช’ สส.ภูมิใจไทย บอก ไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจดี หลัง ‘อนุทิน’ เป็นนายกฯ ช่วงวิกฤตพลังงาน ลั่น ‘นายกฯ ไม่ใช่เทวดา’ จะจัดการได้ทุกเรื่อง ชี้ เป็นวิกฤติของโลกที่เราควบคุมเองไม่ได้ วอนสังคม ‘อย่าขับเคลื่อนด้วยการด่า’ ฝาก ข้าราชการประจำให้ข้อมูลที่เป็นจริง วันนี้กระทบหนักมาก
วันที่ 25 มี.ค.69 นายพีรเดช สิริวันสานฑ์ สส.นครสวรรค์ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายในสภาฯ ช่วงหนึ่งว่า ในฐานะ สส.พรรครัฐบาล ตนค่อนข้างลำบากใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตนเป็น สส.มา 3 สมัย ไม่เคยเป็น สส.ที่มีหัวหน้าพรรคเป็นนายกรัฐมนตรี
นายพีรเดช กล่าวว่า วันนี้ภูมิใจไทย ได้รับคะแนนทั้งหมด 193 เสียง ปัญหาต่อมาคือ ตนไม่แน่ใจว่าควรจะดีใจหรือควรจะเสียใจที่หัวหน้าพรรคได้เป็นนายกฯ เพราะความคาดหวังทั้งหมดจะมาอยู่ที่พรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคแกนนำรัฐบาล ปัญหาตรงนี้ทุกคนก็ทราบดีว่า เป็นปัญหาที่เราควบคุมเองไม่ได้ เพราะมันเกิดจากวิกฤติของโลก เกิดจากปัญหาสงคราม โดยเฉพาะผู้นำหลายๆ ประเทศ ไม่มีทิศทางที่จะยุติสงคราม ก็ลำบาก
“ผมไม่อยากให้สังคมไทยขับเคลื่อนด้วยการด่า ไม่อยากให้ทุกสิ่งทุกอย่างมาด่าที่นายกฯ คนเดียว ผมเชื่อว่านายกฯ ก็ไม่เคยสบายใจกับวิกฤตที่เกิดขึ้นทุกเรื ่อง โดยเฉพาะปัญหาน้ำมัน นายกฯ เองก็ไม่ใช่เทวดา นักการเมืองเองก็ไม่ใช่ทำได้ทุกเรื่อง“
เพราะฉะนั้น วันนี้นักการเมืองเวลาจะสั่งการอะไรออกไป สิ่งสำคัญที่สุดก็ต้องสั่งผ่านข้าราชการฝ่ายประจำ เพราะฉะนั้นข้อมูลทั้งหลายที่ข้าราชการฝ่ายประจำ มายังคณะรัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรี ตนอยากจะฝากให้เป็นข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง วันนี้กระทบหนักมาก ตนไม่จำเป็นต้องพูดว่ากระทบอะไรบ้าง
นายพีรเดช กล่าวว่า พี่น้องเกษตรกรไม่เคยเจอปัญหาอย่างนี้มาก่อน หลายๆ คนอยากได้น้ำมัน 5 ลิตร 10 ลิตร ใช้เวลานานมาก บางคนไปจอดรถทิ้งไว้เป็นวัน ๆ แล้วกลับบ้านไปก่อน แล้วต้องคอยมาดูว่าน้ำมันจะเข้าเมื่อไหร่ แล้วมาต่อคิวกัน รถจอดอยู่ข้างปั๊มเพียบเลย เป็นปัญหาเยอะแยะมาก
“ผมเป็นผู้แทนราษฎรเขต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นผู้แทนต่างจังหวัดผู้แทน บ้านนอก กราบเรียนตรงๆ ออกงานทีไร พี่น้องประชาชนก็ฝากถามเรื่องน้ำมัน หลายๆ คนเข้าใจเราก็ดีหน่อย ก็แค่ฝากถาม แต่หลายคนไม่เข้าใจ ก็ด่าในโซเชียล ผมไม่อยากให้สังคมไทยขับเคลื่อนด้วยการด่า“ นายพีรเดช กล่าว
นายพีรเดช อย่างกล่าวอีกว่า จริง ๆ ลำบากใจที่จะพูดเรื่องนี้ แต่ก็จำเป็นในฐานะผู้แทนราษฎร มีความจำเป็นจริงๆ ที่จะสะท้อนปัญหาของพี่พี่น้องประชาชนให้ทุกท่านรับฟัง
จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้ติดตามสถานการณ์วิกฤตพลังงานในช่วงที่ผ่านมา ผมเห็นได้ชัดเจนว่าสถานการณ์น้ำมันมีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของพี่น้องประชาชนในหลายพื้นที่อย่างหนัก โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในภาคเกษตรกรและพื้นที่ห่างไกล การต้องต่อคิวหาน้ำมันอย่างยาวนาน หรือต้องจอดรถทิ้งไว้ก่อนกลับบ้านเพื่อรอเติมน้ำมัน แสดงให้เห็นถึงความไม่สะดวกและความกังวลที่เกิดจากวิกฤตนี้ สิ่งที่พีระเดช ส.ส.ภูมิใจไทยกล่าวถึงในเรื่องที่อยากให้สังคมไม่ขับเคลื่อนด้วยการด่า ในฐานะประชาชนผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะปัญหาพลังงานเป็นวิกฤติระดับโลกที่เกิดจากปัจจัยซับซ้อนหลายด้านที่รัฐบาลเองก็ต้องแก้ไขด้วยข้อจำกัดต่างๆ การที่นายกรัฐมนตรีจะต้องเผชิญกับแรงกดดันและความคาดหวังสูงจากสังคมนั้นเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ในฐานะคนที่ติดตามข่าวสารและเห็นใจการทำงานของนักการเมือง ผมคิดว่าสังคมควรให้กำลังใจและร่วมมือกันเพื่อหาทางแก้ไขปัญหานี้มากกว่าการวิพากษ์วิจารณ์ที่สร้างความขัดแย้ง นอกจากนี้ ผมเชื่อว่าการให้ข้อมูลที่เป็นจริงและชัดเจนจากข้าราชการฝ่ายประจำมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยให้นโยบายและมาตรการต่างๆ ที่ออกมามีความแม่นยำและตอบโจทย์สภาพปัญหาที่แท้จริงของประชาชน สุดท้ายนี้ การแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งรัฐบาล ประชาชน และเอกชน เพื่อสร้างความเข้าใจ และช่วยกันผ่านพ้นช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ไปได้อย่างดีที่สุด
