18เมษายน69

ปตท.เผย เรือ Serifos บรรทุกน้ำมัน 2 ล้านบาร์เรล ของ ปตท. ออกจาก ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’ ช่วงหยุดยิงชั่วคราว ถึงไทย 21 เมษายนนี้ หลัง ติดค้างที่ท่าเรือชาร์จาห์ ตั้งแต่ 7 มีนาคม

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กระทบต่อเส้นทางเดินเรือหลักด้านพลังงาน อย่าง ช่องแคบฮอร์มุซ

ปตท. ยกระดับมาตรการบริหารจัดการน้ำมันดิบ เพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่อาจทำให้การขนส่งหยุดชะงัก โดยมีน้ำมันดิบจากภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้จัดหาล่วงหน้า และบรรทุกอยู่บนเรือ Serifos ปริมาณ 2 ล้านบาร์เรล ซึ่งติดค้างบริเวณท่าเรือชาร์จาห์ (Sharjah Ports) ตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2569

อย่างไรก็ตาม ปตท. ตัดสินใจจัดหาน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นทดแทนทันที โดยใช้ศักยภาพทางการค้าระหว่างประเทศและเครือข่ายพันธมิตรทั่วโลก เพื่อให้ประเทศไทยมีพลังงานใช้อย่างต่อเนื่อง แม้ต้องจัดซื้อในช่วงที่ราคาปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก

ทั้งนี้ ภายหลังการเจรจาหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 เรือบรรทุกน้ำมันลำดังกล่าว สามารถออกเดินทางได้ หลังล่าช้ากว่ากำหนดประมาณ 1 เดือน และคาดว่า จะถึงประเทศไทยในวันที่ 21 เมษายน 2569

1 สัปดาห์ที่แล้วแก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวที่ติดตามข่าวสารพลังงานมาอย่างต่อเนื่อง ต้องบอกว่าการบริหารจัดการพลังงานในช่วงวิกฤตเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและท้าทายมาก โดยเฉพาะกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญด้านพลังงานของโลก การที่เรือ Serifos บรรทุกน้ำมันดิบถึง 2 ล้านบาร์เรล ต้องติดค้างที่ท่าเรือชาร์จาห์กว่า 1 เดือน ไม่เพียงแต่จะส่งผลต่อซัพพลายของน้ำมันในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความไม่แน่นอนในตลาดพลังงานโลกที่ทำให้ราคาน้ำมันมีความผันผวนสูง ในฐานะที่เป็นผู้บริโภคพลังงาน ก็เข้าใจได้ว่า ปตท. ต้องเร่งมือจัดหาน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นๆ ทดแทนโดยเร็ว เพื่อให้ประเทศสามารถรักษาความมั่นคงทางพลังงานไว้ได้ แม้ว่าจะต้องเผชิญกับราคาเพิ่มขึ้นก็ตาม สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจระหว่างประเทศของปตท. ที่ช่วยให้การบริหารจัดการพลังงานเป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การเจรจาหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่เกิดขึ้นในวันที่ 10 เมษายน 2569 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เรือ Serifos สามารถเดินทางได้ต่อ และคาดว่าจะถึงประเทศไทยวันที่ 21 เมษายนนี้ ซึ่งสร้างความมั่นใจได้ว่าแหล่งน้ำมันดิบสำคัญจะกลับมาเติมเต็มตลาดพลังงานภายในประเทศ อีกทั้งยังเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำคัญของการสร้างสันติภาพและเสถียรภาพในระดับภูมิภาคที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทย โดยส่วนตัวแล้ว ประเด็นนี้จึงเป็นตัวอย่างที่ดีของการบริหารความเสี่ยงและการจัดการวิกฤติในตลาดพลังงาน ที่ไม่ใช่แค่การซื้อขาย แต่ยังรวมถึงการวางแผนล่วงหน้าและการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประชาชนได้รับพลังงานที่เพียงพอและราคาที่เหมาะสมแม้ในสถานการณ์ที่ท้าทายที่สุด