ประสบการณ์ท้องนอกมดลูก ท้องแรก
Born but with me เกิดแต่กับตรูที่แท้ทรู...
เรากับสามี วางแผนจะมีบุตรหลังจากแต่งงาน แต่คุยกันว่าจะพยายามมีน้องด้วยวิธีธรรมชาติ กว่าจะติดประมาณ 1ปีครึ่ง ค่ะ
จะบอกว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ ใช้เวลาเพียง 12 วัน !!! (นับจากวันที่ไปคลินิกนะ)ซึ่งในความผิดหวัง ก็ยังถือว่าฉันยังมีบุญอยู่ ที่รู้ตัวเร็ว ต้องขอบคุณคุณหมอที่น่ารักของฉันด้วย ที่เรามีการติดตามอาการกันตลอด.. จึงทำให้ไข่ที่ฝังในท่อนำไข่ไม่แตกก่อน (ตรวจเจอขนาด 1cm.) จริงๆก็มีโอกาสที่ท่อนำไข่จะแตกได้ทุกเวลา แต่ถ้าจำไม่ผิดคุณหมอบอกส่วนใหญ่ประมาณสัก 3 cm มีโอกาสแตกสูง...
เฮ้ออ ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้ามันแตก...เลือดออกในช่องท้อง ต้องผ่าตัดด่วน ในการตัดท่อนำไข่ออก (ข้างที่มีปัญหา) โอกาสมีลูกของฉันก็คง 50/50 ความคิดส่วนตัวเรา คิดว่า ถ้าแท้งโดยสมบูรณ์ ยังดีกว่าที่ต้องเจอท้องนอกมดลูกแบบนี้
จะเล่าอาการแล้วกันเนาะ ไว้เผื่อแม่ๆที่ตั้งครรภ์มีอาการคล้ายๆกัน อย่าชะล่าใจเด็ดขาด เพราะตัวเองนั้น อาการหลักๆคือ "มีภาวะเลือดออกในช่องคลอดขณะตั้งครรภ์" ซึ่งเราอาจจะคิดว่าเป็นเลือดเก่าที่ฝังตัวเด็ก แต่ของฉันมันออกทุกวัน ... มันเลยผิดสังเกต
ครั้งที่ 1 ไปหาคุณหมอเพราะมีเลือด ออกนิดหน่อย แต่ทั้งวัน เป็นสีน้ำตาล พอซาวด์ผ่านช่องคลอดดู เหมือนเห็นจุดดำๆ เกาะที่โพรงมดลูก หมอแจ้งว่า อาจจะเป็นเลือดที่น้องฝังตัวน้องที่มดลูก ให้สังเกตอาการเรื่อยๆ แล้วได้ยาฮอร์โมนมาทาน เพื่อให้เจ้าจิ๋วเกาะแน่นๆ (ตอนนั้นน่าจะ 4 week นิดๆ)
ครั้งที่ 2 ที่ไปหาคุณหมอ (ผ่านมา 6 วัน) เรารู้สึกว่าเลือดเริ่มออกเยอะ เป็นสีน้ำตาลบ้าง แดงเข้มบ้าง ปริมาณเท่าแผ่น 1 แคร์ฟรี มีหน่วงท้องบ้าง ซึ่งในใจคิดอยู่แล้วว่าผิดปกติ จากนั้นหมอเริ่มทำการซาวด์อีกครั้ง ก็ไม่เจอถุงการตั้งครรภ์ หมอคิดว่าเราน่าจะแท้งแล้ว เลยแจ้งขั้นตอนการปฎิบัติตัว และบอกว่า 3-4 วันนี้ ให้สังเกตอาการตัวเอง เพราะถ้าหลุดไม่หมด อาจจะต้องมีการขูดมดลูก...
ครั้งที่ 3 ก่อนไปหาหมอ ที่ รพ. (ผ่านมา 5 วัน) ตัวเองรู้สึกว่ายังมีอาการคนท้องอยู่ คือ คัดเต้านมมากขึ้น หิวบ่อย (หมอเคยบอกว่าถ้าผ่านไป 4-5 วัน ให้ตรวจปัสสาวะแล้วส่งไปให้ดู) จึงส่งผลตรวจปัสสาวะให้คุณหมอดู (ของเรา2ขีดเข้มมากๆ เพราะถ้าแท้งขีดน่าจะจางลง) หมอจึงขอนัดตรวจเลือดที่ รพ.วันรุ่งขึ้น เพื่อเช็ค ค่า HCG
สรุป ฮอร์โมน HCG ฉันขึ้นสูงมากก ซึ่งผิดปกติ..หมอเลยทำการซาวด์ให้ พบว่าเจอเจ้าถุงจิ๋วอยู่ที่ท่อนำไข่ด้านขวา ซึ่ง ผ่านมา 5วันเท่านั้น!! อิหล้าโตมา ประมาณ 1 cm ฉันเลยโพล่งไปว่า อุ๊ยย ..เหมือนวงกลมโดนัทเลยจ่ะ (หมอบอกคิดบวกจัง 555)
หมอก็บอกว่าการรักษานั้น ขั้นเบาสุดคือให้ยาเคมี 1 เข็ม ต้องให้อย่างเร็วที่สุดด้วย เพราะต้องรีบยับยั้งการเจริญเติบโต ไม่ให้ถุงโตจนท่อนำไข่แตก! นอน รพ. คืนนี้เลยนะ ป๊าดด!! ในหัวฉันนั้น ของก็ไม่ได้เก็บ กระทันหันเกิ๊นน (คิดว่าแค่มาตรวจเลือดเท่านั้นแล้วกลับได้เลย) พยาบาลไม่ให้ก ลับบ้านด้วยจ่ะ เพราะเสี่ยงท่อนำไข่แตก พยายามให้เราเคลื่อนตัวน้อยที่สุด ดีที่คุณสามีกลับบ้านไปเก็บของให้..
การทำงานของยาคือ เพื่อให้น้องฝ่อ และสลายไปเอง บางคนอาจให้ยา 2-3 ครั้งก็มี แต่บางคน รอบเดียวก็จบ แต่ถ้าเขาไม่หลุด ขั้นตอนสุดท้ายก็คือต้องผ่าออก...ซึ่งการให้ยาตัวนี้ หมอต้องเจาะเลือดเราไปเช็คอีกทีว่าให้ได้ไหม เพราะถ้าค่าตับกับไตไม่ดี ก็ให้ยานี้ไม่ได้ พอผลเลือดออกมา หมอบอกว่าให้ยาได้นะ ก็โดนฉีดเข้าที่สะโพก...
ตอนเช้า หมอก็วัดไข้ และ ความดัน ตัวเราเองไม่มีอาการปวดท้องเลย แต่เสียวแปล๊บๆตรงบริเวณรังไข่ด้านขวา (ก็น่าจะบริเวณที่เกิดเหตุ) แต่มึนหัวหน่อยๆ เลือดก็หยุดออก (งงมาก) หมอเลยแจ้งว่าร่างกายเราตอบสนองต่อยาได้ดี กลับบ้านได้ ให้มาตรวจเลือดฮอร์โมนซ้ำ อีก 2 ครั้ง เพราะถ้าฮอร์โมนลดลง ยาก็ได้ผล ไม่ต้องฉีดอีก คุณหมอจึงนัดหมายครั้งต่อไป....
มีอะไรจะมาอัพเดตอีกนะทุกคน
ปล. เราอายุ 33 ปี ค่ะ #ตั้งครรภ์นอกมดลูก #ท้องนอกมดลูก
เมื่อได้อ่านประสบการณ์ท้องนอกมดลูกครั้งแรกนี้แล้ว ฉันอยากแบ่งปันเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวของฉัน เพื่อช่วยให้แม่ๆ ที่กำลังเผชิญกับภาวะนี้หรือมีอาการคล้ายกันได้เตรียมตัวและเข้าใจสถานการณ์มากขึ้น ท้องนอกมดลูกคือภาวะที่ไข่ที่ปฏิสนธิแล้วฝังตัวผิดที่นอกมดลูก เช่น ในท่อนำไข่ สิ่งที่ฉันได้เรียนรู้คือ การตรวจหาอย่างรวดเร็วและสม่ำเสมอ มีความสำคัญมาก เพราะถ้าท่อนำไข่แตก อาจเกิดภาวะเลือดออกในช่องท้องที่รุนแรงและจำเป็นต้องผ่าตัดด่วน เมื่อมีอาการเลือดออกขณะตั้งครรภ์ พยายามอย่าชะล่าใจ หรือคิดว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะในกรณีของฉัน เลือดออกที่ผิดปกติและต่อเนื่องเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญและควรรีบปรึกษาแพทย์ การรักษาด้วยยาเคมี (Methotrexate) ทำหน้าที่หยุดการเจริญเติบโตของถุงตั้งครรภ์ที่อยู่ผิดตำแหน่งและช่วยให้ร่างกายสลายไข่ที่ฝังตัวผิด แต่ทั้งนี้ต้องตรวจเลือดเพื่อประเมินภาวะการทำงานของตับและไตก่อนฉีดยาเพื่อป้องกันผลข้างเคียง ในช่วงเวลารักษา ควรพักผ่อนและหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวมาก ลดความเสี่ยงท่อนำไข่แตก นอกจากนี้ ควรติดตามตรวจเลือดเพื่อตรวจสอบระดับฮอร์โมน hCG อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินว่ายาได้ผลหรือไม่ ประสบการณ์นี้ทำให้ฉันรู้สึกว่าการมีสามีหรือคนใกล้ชิดคอยช่วยเหลือในช่วงเวลาวิกฤตเป็นเรื่องสำคัญมาก ทั้งการดูแลจิตใจและช่วยจัดการเรื่องจำเป็นต่างๆ สุดท้าย อยากแนะนำว่าแม้จะเคยผ่านท้องนอกมดลูกมาแล้ว ก็ยังมีโอกาสตั้งครรภ์ครั้งใหม่และประสบความสำเร็จได้ แต่อย่าลืมตรวจสุขภาพและหารือกับแพทย์ก่อนวางแผนตั้งครรภ์ครั้งต่อไปนะคะ หวังว่าเรื่องราวและคำแนะนำเหล่านี้ จะช่วยให้แม่ๆ เตรียมพร้อมและคลายความกังวลได้บ้างในช่วงเวลาที่ลำบากนี้ค่ะ

