IFS ตัวเดียวจบ

คำนวณโบนัส/ตัดเกรด

=IFS(B2>=100, "3 เท่า", B2>=80, "2 เท่า", B2<80, "ไม่ได้โบนัส")

1.IFS จะเช็คเงื่อนไขตามลำดับจากซ้ายไปขวา

2.ถ้าคะแนน (B2) ถึง 100 -> คืนค่า "3 เท่า"

3.ถ้าไม่ถึง 100 แต่ถึง 80 -> คืนค่า "2 เท่า"

4.ถ้าต่ำกว่า 80 -> คืนค่า "ไม่ได้โบนัส"

✅ ข้อดี: ไม่ต้องปิดวงเล็บหลายชั้นเหมือนสูตร IF แบบเก่า อ่านง่าย แก้ไขสูตรง่ายกว่าเยอะครับ!

#GoogleSheets #Productivity #OfficeTips #Excelสูตรเด็ด#chanachaik

4/4 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมผมเคยประยุกต์ใช้สูตร IFS ในการทำรายงานโบนัสของพนักงานประจำไตรมาส โดยกำหนดเกณฑ์คะแนน KPI ว่าถ้าพนักงานได้คะแนน 100 ขึ้นไป จะได้รับโบนัส 3 เท่า ส่วนคะแนนตั้งแต่ 80 ถึง 99 จะได้รับโบนัส 2 เท่า และต่ำกว่า 80 จะไม่ได้โบนัสเลย วิธีนี้ช่วยลดความซับซ้อนของสูตรเมื่อต้องประเมินหลายระดับมากๆ เพราะสูตร IFS จะตรวจเงื่อนไขตามลำดับจากซ้ายไปขวา ทำให้สูตรอ่านง่ายกว่าและไม่ต้องปิดวงเล็บซ้อนกันหลายชั้นเหมือน IF แบบเดิม นอกจากนี้ผมแนะนำให้จัดตารางคะแนนอย่างชัดเจน รวมถึงกำหนดชื่อคอลัมน์ให้สื่อความหมาย เช่น ชื่อพนักงาน คะแนน KPI และผลลัพธ์โบนัส จะช่วยให้ตรวจสอบข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น สำหรับคนที่ยังใหม่กับสูตร IFS ลองทำตามตัวอย่างนี้ก่อน แล้วค่อยขยายไปใช้ในกรณีที่ซับซ้อนกว่า เช่น การจัดอันดับ หรือคำนวณคะแนนสะสมในรูปแบบอื่นๆ การใช้งานสูตร IFS ยังช่วยให้การปรับเปลี่ยนเงื่อนไขหลังจากนี้ง่ายขึ้นมาก เมื่อใดที่ต้องการเปลี่ยนเกณฑ์โบนัส ก็แค่แก้สูตรในบรรทัดเดียว ไม่ต้องแก้หลายสูตรให้ยุ่งยาก จากประสบการณ์ตรง สูตร IFS จึงเหมาะมากสำหรับงานที่ต้องการความรวดเร็วและความชัดเจนในการคำนวณเงื่อนไขหลายๆ อย่างพร้อมกัน เช่น การประเมินผลงาน, การคำนวณคะแนนสอบ, หรือการแจกแจงค่าใช้จ่ายตามเงื่อนไขต่างๆ ทั้งนี้ ผมแนะนำให้อ่านเอกสารและดูตัวอย่างจาก Google Sheets หรือ Microsoft Excel เพื่อเข้าใจการใช้งานสูตร IFS อย่างเต็มที่ก่อนนำไปใช้จริงครับ