ผิวแบบไหน ใช้สูตรไหนดี? มาดู🤔
Provamed ออกเซรั่มครบจบปัญหาผิวทั้ง 3 สูตรเลย😚
🩵Bio-Peptide Anti Acne Serum ช่วยเรื่องลดสิว คุมมัน
❤️Bio-Retinol Anti Aging Serum ช่วยลดริ้วรอย ผิวเนียน กระชับขึ้น
🩷Advanced Whitening Glycolic Glow Serum ช่วยให้ผิวโกลว์ กระจ่างใส
ใครมีปัญหาผิวแบบไหน เลือกสูตรให้ตรงกับความต้องการผิวได้เลยจ้า🫶🏻
#provamed #ป้ายยากับlemon8 #เซรั่ม #เซรั่มลดรอยสิว #สกินแคร์
เซรั่ม Provamed แต่ละสูตรถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาผิวเฉพาะด้าน โดย Bio-Peptide Anti Acne Serum เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาสิวและผิวมัน ด้วยส่วนผสมที่มี Salicylic acid 1% (BHA) ที่ช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ลดความมันส่วนเกิน และปลอบประโลมผิวด้วย Gotu Extract และ Bio-Active complex ที่ช่วยลดการอักเสบของสิวและทำให้ผิวสะอาด ส่วน Bio-Retinol Anti Aging Serum เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดริ้วรอยและปรับผิวให้เรียบเนียนและกระชับขึ้น สูตรนี้มีส่วนผสมของ Bio-retinoid Retinol Microsphere ที่ซึมเข้าสู่ผิวได้เร็วและมี Advanced Lift Algae ช่วยฟื้นฟูผิว เสริมด้วย Niacinamide และ Sodium Hyaluronate เพื่อเติมความชุ่มชื้น ผิวดูอิ่มน้ำและไม่แสบ หรือระคายเคือง สำหรับคนที่ต้องการผิวกระจ่างใสและดูโกลว์ ต้องลอง Advanced Whitening Glycolic Glow Serum ที่มี Glycolic acid (AHA) ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าอย่างอ่อนโยน และ Bright Peptide กับ Vitamin B3 ที่ช่วยลดจุดด่างดำ ปรับผิวเรียบเนียนพร้อมเพิ่มความสว่างใส สูตรนี้แม้ว่าจะมีกรดผลไม้แต่มีความบางเบาซึมไว ไม่เหนอะหนะ เคล็ดลับสำคัญคือการใช้เซรั่มอย่างสม่ำเสมอในตอนเช้าและเย็น โดยเฉพาะสูตรลดสิวและลดริ้วรอย ควรใช้ควบคู่กับครีมกันแดดที่มีค่า SPF30+ ขึ้นไป เพื่อปกป้องผิวจากแสงแดดและป้องกันไม่ให้ปัญหาผิวแย่ลง การเลือกสูตรที่เหมาะสมกับสภาพผิวและปัญหาผิวเฉพาะของตัวเอง จะช่วยให้คุณเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลดสิว ควบคุมความมัน ลดริ้วรอย หรือเพิ่มความกระจ่างใส พร้อมได้ผิวเนียนนุ่มสุขภาพดีในระยะยาว



