自動翻訳されています。元の投稿を表示する

新しいEucerin DermoPure-完全なにきびスキンケアライン!!🤍

真剣に考えてみましょう。例えば、「にきび治療」はにきびの終わりだけでなく、EucerinのDermoPureラインがこのサイクルを完了するために設計されているように、肌のバランスを整え、閉塞を減らし、肌を回復することから始めなければなりません。

私のお気に入りのポイントは、すべてが

✔️サリチル酸は閉塞を減らすのに役立ちます。

✔️優しいレシピ。肌を薄くしません。

✔️燃えない、堅く皮をむかない連続的な使用。

クレンジングから始めましょう。

クリアなテクスチャーのフェイシャルジェル。洗浄して肌を清潔に保ちながら、きしむことはありません。

脂性肌、にきび、敏感肌に非常に適しており、余分な油分を減らすだけでなく、肌が「まだ水を持っている」と感じて乾燥していない、きついです。

このトナーは、顔を洗った後の肌のバランスをとるのに役立ちます。肌が落ち着いていると感じてください。にきびの炎症は広がりません。にきびを繰り返す人なら誰でも、この手順が非常に重要であることを理解するでしょう。

Correcting&Treatmentにはゲルとクリーム、軽い質感、簡単な浸透、ニキビの跡を減らし、それを制御し、新しいニキビを防ぎます。使用され、詰まらず、日中あなたの顔にグリースを塗りません。

にきびのためのボディケアこれはにきびの背中の人にとって非常に良いです。にきびの胸。使用すると、肌が滑らかになります。にきびは徐々に崩壊し、乾燥しません。

印象的なのは、

✨連続的な使用。皮の残り無し。

✨皮膚は薄くなく、日光に敏感ではありません。

✨にきびは徐々に持続的に減少し、崩壊しません。

フィット

✔️慢性的なニキビを持つ人々。

✔️脂性肌。詰まりやすい。

✔️安全なアクネのスキンケアがほしいと思う人々。長期。

全線を使うべきかどうかと聞かれたら、正直な答えは、システムとして使えば使うほど、お互いにぶつからずに補完的に働くので、その効果がはっきりとわかるということです。🫶🏻

#ユーセリンプロアクネ #ダーモピュア #にきび #アクネ治療 #タイ

2/1 に編集しました

... もっと見るหลายคนถามกันบ่อยว่า DermoPure ควรเริ่มจากตัวไหนก่อน และแต่ละชิ้นต่างกันยังไง เราเลยสรุป “วิธีจัดเซ็ต” ให้ใกล้เคียงการใช้จริงที่สุด เผื่อใครกำลังเล็งเจลล้างหน้า Correcting Gel to Foam, Clinical SOS Serum หรือ Body Care ขนาด 200 ml แล้วตัดสินใจไม่ถูก 1) Cleansing: DermoPure Correcting Gel to Foam / Cleanser Texture เป็นยังไง? ตัวเจลล้างหน้าของไลน์นี้เนื้อใส ๆ ฟองไม่เยอะมาก ล้างแล้วให้ความรู้สึกสะอาดแต่ไม่เอี๊ยด (อันนี้สำคัญมากสำหรับคนผิวมันที่ขาดน้ำ) หลังล้างผิวจะ “ด้านลงนิด ๆ” แบบคุมมัน แต่ยังรู้สึกว่ามีความชุ่ม ไม่ตึงจนต้องรีบทาครีมทันที ถ้าวันไหนแต่งหน้าหรือกันแดดแน่น ๆ เราจะใช้คลีนซิ่งก่อน 1 รอบ แล้วค่อยตามด้วยเจลล้างหน้า จะช่วยลดโอกาสอุดตันได้มากกว่า 2) Toner: ต้องใช้ไหม? ส่วนตัวมองว่าโทนเนอร์เป็นขั้นที่ช่วย “ตั้งผิว” หลังล้างหน้า โดยเฉพาะคนที่สิวชอบขึ้นซ้ำจุดเดิมหรือผิวระคายง่าย เราจะใช้วิธีเทใส่มือแล้วกดเบา ๆ มากกว่าถูด้วยสำลี ช่วยให้ผิวสงบและลดการเสียดสี ถ้าวันไหนผิวแอบแห้งจากสิวอักเสบ แนะนำเริ่มบาง ๆ ก่อน แล้วค่อยเพิ่มความถี่ 3) Treatment: Correcting Gel / Clinical Correcting Gel ต่างกันยังไง (ในมุมคนใช้) ถ้าเน้นผิวมัน-อุดตันง่าย อยากได้เนื้อเบา ซึมไว ใช้แล้วไม่เยิ้ม “Correcting Gel” จะตอบโจทย์มาก เรามักทาทั่วหน้าในวันที่มีสิวผด/อุดตันกำลังจะมา ส่วน “Clinical Correcting Gel” จะให้ฟีลจริงจังขึ้น เหมาะกับช่วงที่สิวบุกหรือรอยสิวชัด ๆ แต่ยังควรเริ่มจากปริมาณน้อย ๆ เพื่อดูการตอบสนองของผิว 4) Clinical SOS Serum ใช้ตอนไหนดี? เราใช้เป็นตัวเสริมช่วงสิวอักเสบหรือมีสิวเม็ดใหญ่ ๆ ที่อยากให้ยุบไว โดยจะทาเฉพาะจุดหรือทาเฉพาะบริเวณที่กำลังเห่อ แล้วตามด้วยมอยส์เจอไรเซอร์เนื้อบาง (ถ้าใครผิวแห้งง่าย) จุดที่ช่วยคือทำให้รูทีนรักษาสิว “ต่อเนื่อง” ได้ โดยไม่ต้องสลับไปใช้ของแรง ๆ จนผิวรวน 5) สิวตัวต้องลอง: Clinical Correcting Body Care / Body Cream (200 ml) คนเป็นสิวหลัง-สิวอกมักพลาดขั้นตอนบอดี้แคร์ ทั้งที่เป็นจุดที่อุดตันง่ายมาก เราชอบทาหลังอาบน้ำตอนผิวหมาด ๆ จะเกลี่ยง่ายและไม่แห้งกร้าน ระหว่างใช้ให้ระวังเสื้อผ้ารัด ๆ และอย่าลืมเปลี่ยนผ้าปู/ผ้าเช็ดตัวบ่อย ๆ จะเห็นผลชัดกว่าแค่ทาครีมอย่างเดียว ทริคเล็ก ๆ ให้ใช้ไลน์นี้แล้วเวิร์กขึ้น - เริ่มทีละตัวก่อน 1-2 สัปดาห์ โดยเฉพาะคนผิวแพ้ง่าย - กลางวันทากันแดดทุกวัน เพราะการดูแลสิว/รอยสิวมักต้องพึ่งความสม่ำเสมอ - ถ้าผิวเริ่มแห้ง ให้เพิ่มมอยส์เจอไรเซอร์เนื้อบางแทนการหยุดทั้งหมด สรุปสำหรับเราคือ ถ้าอยากเห็นผลชัด “ให้ใช้เป็นระบบ” อย่างน้อย 3 ชิ้นหลัก: เจลล้างหน้า + โทนเนอร์ + ตัวทรีตเมนต์ แล้วค่อยเสริม SOS Serum หรือ Body Care ตามปัญหาที่เจอจริง ๆ