เค้นผลงาน 100% จาก "แบตเตอรี่ชีวิต" ที่เหลือแค่5%

เคยเป็นไหมคะ? จัดตารางชีวิตซะดิบดี แต่พอถึงเวลาจริงกลับ "นั่งเหม่อ" ไม่มีแรงจะขยับไปไหน สุดท้ายก็จบด้วยการโทษตัวเองว่า "จัดการเวลาไม่เก่ง"

​ อยากบอกว่า... บางทีปัญหาไม่ได้อยู่ที่ "เวลา" แต่มันอยู่ที่ "พลังงาน" ค่ะ 👩🏼‍⚕️💖

​วันนี้พี่สรุปแนวคิดจาก หมอวอป (จิตแพทย์) ที่หยิบมาจากหนังสือ The Power of Full Engagement มาฝากกัน แบตเตอรี่ชีวิตเรามี 4 ก้อน ถ้าก้อนไหนแดง... ต่อให้มีเวลาทั้งวัน งานก็ไม่เดินค่ะ!

​🔋 แบต 4 ก้อนที่ต้องเช็กด่วน!

​1. พลังงานกาย (Physical)

​อาการ: ร่างกายตื้อ เลือดลมไม่เดิน เพราะนั่งจ้องจอนานเกินไป

​วิธีชาร์จ: อย่าเพิ่งล้มตัวลงนอน! ลอง "ลุกขึ้นขยับ" ยืดเส้นยืดสาย หรือดื่มน้ำสักแก้วให้เลือดหมุนเวียนค่ะ

​2. พลังงานความคิด (Mental)

​อาการ: สมองล้าเพราะ "คิดวน" ไม่ยอมหยุด วิ่งมาราธอนทางความคิดตลอดเวลา

​วิธีชาร์จ: ฝึก "หยุดคิด" ชั่วคราว พี่แนะนำให้ตั้งปลุกทุก 1 ชม. เพื่อหายใจเข้าลึกๆ สัก 1 นาที ให้สมองได้พักสปรินต์บ้างนะคะ

​3. พลังงานอารมณ์ (Emotional)

​อาการ: เหนื่อยเพราะเจอคนลบๆ หรืออยู่ในที่ที่กดดันจนแบตลดฮวบ

​วิธีชาร์จ: พาตัวเองเข้า "Safe Zone" ค่ะ กอดแมว ดูซีรีส์ฟีลกู๊ด หรือคุยกับคนที่รับฟังเราจริงๆ ชาร์จใจด่วนๆ

​4. พลังงานจิตวิญญาณ (Spiritual)

​อาการ: ตื่นมาแล้วรู้สึก "หนัก" เพราะไม่รู้ว่าทำไปเพื่ออะไร (ไร้ความหมาย)

​วิธีชาร์จ: กลับมาทบทวนเงียบๆ ว่า "เราทำสิ่งนี้ไปเพื่อใคร?" นึกถึงรอยยิ้มคนในครอบครัว หรือเป้าหมายเล็กๆ ของเราดูค่ะ

​✨ พี่พยาบาลอยากบอกว่า...

​อย่าพยายามเค้นผลงาน 100% จาก "แบตเตอรี่ชีวิต" ที่เหลือแค่ 5% เลยนะ

ไม่เป็นไรเลยถ้าวันนี้จะทำตามแผนไม่ได้ทั้งหมด แค่อนุญาตให้ตัวเองได้พักและชาร์จแบตให้ถูกจุด ก็ถือว่าเก่งที่สุดแล้วค่ะ 🌷

​รักนะ... เลยอยากให้พักบ้าง 🤍

​Credit: สรุปแนวคิดดีๆ จาก หมอวอป ณัฎฐชัย (จิตแพทย์)

#สุขภาพจิต #พัฒนาตัวเอง#รีวิวชีวิตการทำงาน #โพสรับซัมเมอร์#Lemon8ฮาวทู

4/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ที่เคยรู้สึกเหมือนใช้พลังงานในชีวิตจนหมด เห็นได้ชัดเลยว่าแค่การแบ่งเวลายังไม่พอ เราต้องใส่ใจชาร์จ "แบตเตอรี่ชีวิต" ในทุกด้านจริงๆ ในด้านพลังงานกาย ที่มักจะรู้สึกเหนื่อยล้าเพราะนั่งหน้าจอเป็นเวลานาน การลุกขึ้นมาเดินยืดเส้นยืดสายเล็กน้อยหรือดื่มน้ำช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดได้ดีมาก และช่วยลดความตื้อของร่างกายได้อย่างเห็นผล ส่วนพลังงานความคิด ที่หลายคนมักคิดวนไปไม่หยุด การตั้งนาฬิกาปลุกทุกชั่วโมงเพื่อให้พักสมองหายใจลึกๆ สักนาที ช่วยทำให้สมองได้รีเซ็ตและพร้อมรับงานใหม่ ช่วยลดความตึงเครียดและเพิ่มสมาธิได้ดี พลังงานอารมณ์ก็สำคัญไม่แพ้กัน การหา "Safe Zone" เช่นการกอดแมว ดูซีรีส์ที่ชอบ หรือพูดคุยกับคนที่เข้าใจ ช่วยให้เราลดแรงกดดันจากคนหรือสถานการณ์ลบๆ ทำให้จิตใจฟื้นฟูเร็วขึ้น และสุดท้ายพลังงานจิตวิญญาณ การได้ทบทวนตัวเองและคิดถึงเหตุผลที่ทำสิ่งต่างๆ เช่น เพื่อครอบครัว หรือเป้าหมายที่ตั้งไว้ จะเติมเต็มความหมายให้กับชีวิต ช่วยให้ไม่รู้สึกหนักใจหรือขาดแรงบันดาลใจ ที่สำคัญ คือ อย่าพยายามเรียกร้องผลงาน 100% เมื่อแบตเตอรี่ชีวิตเราเหลือเพียง 5% การให้เวลากับตัวเองได้พักและชาร์จพลังถูกจุด จึงถือเป็นความสำเร็จอย่างหนึ่งในทางดูแลตัวเอง ลองแบ่งเวลารวมทั้งกำหนดช่วงพักและวิธีชาร์จแบตแต่ละด้านให้เหมาะสมกับตัวเอง คุณจะพบว่างานและชีวิตจะมีประสิทธิภาพและความสุขเพิ่มขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ!