รู้หรือไม่ทำไม?เรายังซื้อลอตเตอรี่ทุกเดือนทั้งที่?

สารภาพมาซะดีๆ ใครเป็นเหมือนกันบ้าง? 🙋‍♀️

ปากบอกจะออมเงิน แต่พอวันที่ 1 กับ 16 ใจมันสั่นทุกที...

​ในฐานะมนุษย์เงินเดือนที่มีภาระเยอะพอสมควร ก็ยัง ยังจะซื้อทุกงวด ก็ยังหวังทุกงวด..ทั้งๆที่..ถูกแ-ก จนท้อ😭

วันนี้ ลองไปหาคำตอบมาค่ะว่า ทำไมสมองเราถึงยังสั่งให้ "ซื้อ" ทั้งที่รู้ว่าโอกาสถูกมันน้อยนิด? แล้วพบว่า

มีทฤษฎีรองรับอยู่น๊าา ..

​🧠 1. พลังของ "เกือบถูก" (Near Miss Effect):

ทฤษฎีนี้บอกว่า เวลาเราซื้อเลขแล้วเฉียดไปแค่แต้มเดียว สมองจะหลั่งสาร Dopamine ออกมาเหมือนตอนที่เรา "ชนะ" จริงๆ ค่ะ! มันทำให้เราเกิดความหวังหลอกๆ ว่า "งวดหน้ามาแน่" ทั้งที่จริงๆ แล้วมันคือการสุ่มใหม่ 100%

​🎰 2. ระบบการให้รางวัลแบบสุ่ม (Variable Ratio Reinforcement):

เหมือนตู้สล็อตค่ะ สมองคนเราจะเสพติดการรางวัลที่ "คาดเดาไม่ได้" มากกว่ารางวัลที่ได้แน่นอน (อย่างเงินเดือน) การถูกรางวัลเล็กๆ น้อยๆ 2 ครั้งเมื่อปีที่แล้ว คือ "เบ็ด" ที่เกี่ยวสมองไว้ให้ยังอยากลองต่อ

แต่ช้าก่อน ​ก่แนจะหมดตัว

เราต้องดึงสติกันนิดนึง ว่า หนี้เราเยอะ หวังได้แต่ควรพอดีด้วย

ต้องไม่เบียดเบียน "เงินโปะหนี้"

ที่ตั้งกฎไว้กับตัวเองคะ ว่าค่าหวยต้องไม่เกิน 0.5% ของรายได้ เพื่อรักษา(ความหวังที่สูงมาก งวดละ6-12ล้านเบาๆ😆 )ให้พอมีแรงสู้เวร และไม่ทำลายแผนปลดหนี้ 10 ปีของมนุษย์เงินเดือนคนนี้ค่ะ!

​แหล่งข้อมูลอ้างอิง: * Skinner, B. F. (1953). Science and Human Behavior. (เรื่องการเรียนรู้ผ่านการให้รางวัล)

​Clark, L., et al. (2009). Gamblers' brains respond to near-misses. (เรื่อง Near Miss Effect ในสมอง)

#ลอตเตอรี่ #เรื่องเล่าในอดีต#โพสรับซัมเมอร์#สลากกินแบ่งรัฐบาล#หนี้

4/17 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนคงเคยเจอความรู้สึกตรงกับที่บทความบอก คือทุกวันที่ 1 และ 16 วันหวยออก ใจมันสั่น ปากบอกอยากอดออม แต่สมองกลับดันอยากลองเสี่ยงโชคต่อ หลายครั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าโอกาสถูกมีน้อยมาก แต่เหตุใดจึงยังซื้อ? จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยซื้อหวยและผ่านความรู้สึกผิดหวังมาไม่น้อย ทำให้เห็นว่าการซื้อหวยนั้นไม่ได้เป็นแค่เรื่องโชคลาภอย่างเดียว แต่มันเกี่ยวพันกับวิธีที่สมองตอบสนองต่อรางวัลและความหวังเสียมากกว่า ข้อแรกคือ Near Miss Effect หรือพลังของ "เกือบถูก" นั่นเอง เมื่อเลขที่ซื้อเฉียดแค่แต้มเดียว สมองจะปล่อยสารโดปามีนซึ่งทำให้รู้สึกเหมือนชนะจริงๆ สร้างความหวังว่าจะถูกรางวัลในครั้งถัดไป ทั้งที่ความจริงผลลัพธ์แต่ละงวดเป็นการสุ่มแบบอิสระ ข้อสองคือ Variable Ratio Reinforcement คือระบบให้รางวัลแบบสุ่ม ที่เล่นกับความไม่แน่นอน เช่นเดียวกับตู้สล็อต สมองเราถูกดึงดูดด้วยการได้รางวัลไม่แน่นอนมากกว่ารางวัลที่แน่นอน เช่น เงินเดือน หรือรายได้ประจำ การถูกรางวัลเล็กๆ สองสามครั้งในอดีต ก็จะกลายเป็นเบ็ดที่เกี่ยวใจ ให้ยังอยากเสี่ยงและลุ้นต่อไป ดังนั้น การรู้เทคนิคและพฤติกรรมของสมองนี้ช่วยให้เราจัดการความคาดหวังได้ดีขึ้น และรู้ว่าควรจะควบคุมการซื้อในปริมาณที่ไม่ทำลายแผนการเงินของเรา เช่น เจ้าของบทความแนะนำให้ซื้อหวยไม่เกิน 0.5% ของรายได้ เพื่อรักษาสมดุลการเงินและไม่กระทบต่อเงินโปะหนี้ จากประสบการณ์ ผมเองก็เคยผ่านช่วงเวลาที่เสพติดการซื้อหวยโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง จนเกิดความเครียดเรื่องเงินและหนี้สิน สุดท้ายได้เรียนรู้ว่าถ้าเราเอาการเสี่ยงโชคมาเป็นเรื่องที่สร้างความสุขและความหวังในปริมาณที่พอดี ไม่ให้เกินกำลังทางการเงิน มันจะกลายเป็นกิจกรรมบันเทิงที่ไม่ทำร้ายชีวิต สรุปว่า เราซื้อลอตเตอรี่เพราะสมองตอบสนองต่อความหวังจาก "เกือบถูก" และระบบรางวัลแบบสุ่มที่ทำให้เสพติดความลุ้น แต่หากบริหารจัดการให้ดี และตั้งกฎกับตัวเอง จะช่วยให้ความฝันและการวางแผนทางการเงินไปด้วยกันได้อย่างสมดุล