อยากเป็นเจ้าของคอนโดฯ หรู ใน 𝐎𝐧𝐞 𝐁𝐚𝐧𝐠𝐤𝐨𝐤 ต้องมีเงินเท่าไหร่? อัปเดตราคาล่าสุดปี 2025
ถ้าจะพูดถึง 1 ในทำเลที่มูลค่าสูงสุดในประเทศไทย แน่นอนว่า "ถนนวิทยุ" คือชื่อแรกๆ ที่ทุกคนนึกถึง ด้วยความเป็น CBD ใจกลางกรุงเทพฯ ทำให้มูลค่าที่ดินสูงถึงตารางวาละ 3.1 ล้านบาท ซึ่ง 𝐎𝐧𝐞 𝐁𝐚𝐧𝐠𝐤𝐨𝐤 คือเมกะโปรเจกต์ที่ได้ครอบครองทำเลหายากนี้ไป
ในโครงการจะมีโซนที่พักอาศัยมีตั้งแต่ระดับ Luxury ไปจนถึง Ultra Luxury ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือตึก '𝑶𝒏𝒆𝟖𝟗 𝑾𝒊𝒓𝒆𝒍𝒆𝒔𝒔’ ครับ ซึ่งตั้งอยู่ด้านบนของโรงแรม The Ritz-Carlton, Bangkok มาพร้อมความสูง 55 ชั้น 90 ยูนิต ซึ่งตอนนี้ห้องธรรมดาขายหมดแล้วครับ เหลือเฉพาะยูนิตเพนต์เฮ้าส์ ตอนนี้ห้องกำลังทะยอยโอนครับ
คอนโดฯ ที่นี่เหมาะกับใคร?
ลูกค้าส่วนใหญ่ของเราที่มาซื้อ จะเป็นคนที่ชอบการใช้ชีวิตในเมือง ที่ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก และแหล่งธุรกิจ เพียงไม่กี่นาทีก็เดินทางถึง ซึ่งทำเลนี้ก็ตอบโจทย์ ใจกลางเมือง CBD เชื่อมต่ออีกหลายย่านสำคัญอย่างสีลม สาทร สามย่าน (เอาจริงๆ แค่ในโปรเจคต์ One Bangkok เองก็มีครบทุกอย่างแล้ว)
ไฮไลท์สำคัญของคอนโดที่นี่คือ อยู่ตรงข้ามสวนลุมฯ เพียงแค่ข้ามถนนไปก็ถึงเลย แน่นอนว่าห้องพักที่นี่จะได้รับวิวสวนลุมฯ แบบเต็มตา ทำให้ One Bangkok ยิ่งกลายเป็นทำเลระดับ "ลูกรักพระเจ้า" เข้าไปอีก
แล้วถ้าอยากเป็นเจ้าของคอนโดฯ ที่นี่ ต้องมีเงินเริ่มต้นเท่าไหร่?
(ราคา Resale อัพเดตล่าสุด)
♦︎ 2 ห้องนอน: ราคา 63 - 70 ล้านบาท
♦︎ 3 ห้องนอน: ราคา 99 - 261 ล้านบาท
♦︎ 4 ห้องนอนขึ้นไป: ราคา 250++ ล้านบาท
ราคานี้ มาพร้อมกรรมสิทธิ์แบบ Leasehold หรือสิทธิการเช่าระยะยาว 60 ปี ซึ่งถ้าเทียบกับมูลค่าทำเล คุณภาพชีวิต และการลงทุนในสินทรัพย์ใจกลาง CBD ที่หาไม่ได้อีกแล้ว ก็ถือว่าสมน้ำสมเนื้อและเป็นมาตรฐานของโครงการระดับนี้ครับ
สำหรับใครที่กำลังมองหาคอนโดฯ ใน 𝐎𝐧𝐞 𝐁𝐚𝐧𝐠𝐤𝐨𝐤 และสนใจอยากเป็นเจ้าของห้องที่ 𝑶𝒏𝒆𝟖𝟗 𝑾𝒊𝒓𝒆𝒍𝒆𝒔𝒔 สามารถทำนัดเพื่อเข้าชมห้องแบบส่วนตัว
ได้เลยนะครับ
Tel. 099 456 5465
Line Official: @cproperty
.
#OneBangkok #Condominium #LuxuryCondominium #LuxuryCondoLife #LumpiniPark #condoforsale #คอนโดมิเนียม #คอนโดหรู #penthouseforsale #คอนโดติดสวนลุม
หลายคนเสิร์ชว่า “คอนโด One Bangkok ราคาเท่าไหร่” หรือ “one bangkok condo” เพราะอยากเทียบงบกับทำเล CBD ถนนวิทยุที่ติดสวนลุมฯ แบบข้ามถนนถึงเลย ขอสรุปมุมที่ช่วยตัดสินใจได้จริง ๆ นอกจากตัวเลขราคาห้องนะครับ
1) ทำไมราคาถึงแรงกว่าคอนโด CBD ทั่วไป
สำหรับโครงการระดับนี้ จุดต่างคือ “ทำเล + วิว + ซัพพลายจำกัด” โดยเฉพาะยูนิตที่หันสวนลุมฯ วิวโล่งระยะยาวหาได้ยากมากในกรุงเทพฯ แถมใน One Bangkok เองมีองค์ประกอบครบทั้งออฟฟิศ รีเทล โรงแรม และพื้นที่สีเขียว ทำให้ความต้องการอยู่จริง/ลงทุนในย่านนี้มีแรงหนุนต่อเนื่อง
2) อ่านคำว่า Resale ให้ขาด ก่อนเทียบราคา
เวลาคนถาม one bangkok คอน โด ราคา ส่วนใหญ่เจอได้ทั้ง “ราคาหน้าโครงการ” กับ “ราคา Resale (ซื้อขายต่อ)” ซึ่งต่างกันตามชั้น วิว ขนาด และเงื่อนไขผู้ขาย แนะนำให้ขอดูข้อมูลอย่างน้อย 3 อย่างก่อนตัดสินใจ: ตำแหน่งห้อง (ทิศ/วิวสวนลุมฯ หรือวิวเมือง), พื้นที่ใช้สอยจริง, และสถานะห้อง (โอนแล้ว/กำลังจะโอน/ตกแต่งแล้ว)
3) Leasehold 60 ปี เหมาะกับใคร และควรเช็กอะไร
ยูนิตในระดับนี้บางแบบเป็นสิทธิการเช่าระยะยาว (Leasehold) ซึ่งเหมาะกับคนที่โฟกัส “ไลฟ์สไตล์ทำเล” และการถือครองระยะกลาง-ยาวในทรัพย์สินเกรดไพรม์ สิ่งที่ผมมักแนะนำให้เช็กเพิ่มคือ: ระยะเวลาที่เหลือจริงในสัญญา, เงื่อนไขการโอนสิทธิ, ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง และรายละเอียดสิทธิประโยชน์ของอาคาร (เช่นบริการ/พื้นที่ส่วนกลาง)
4) ค่าใช้จ่ายที่คนมักลืมคิด (ทำให้งบบานปลาย)
ถ้าคุณกำลังตั้งงบซื้อคอนโด One Bangkok ควรเผื่อ “ค่าใช้จ่ายวันโอน + ค่าส่วนกลาง + เงินกองทุน + ค่าตกแต่ง” โดยเฉพาะห้องขนาดใหญ่/เพนต์เฮ้าส์ ค่าตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์อาจสูงมากเมื่อเทียบกับคอนโดทั่วไป แนะนำให้ตั้งงบเผื่อไว้ตั้งแต่แรก จะได้ไม่หลุดเป้า
5) เช็กลิสต์ก่อนนัดดูห้อง (ช่วยคัดตัวเลือกเร็ว)
- อยากได้วิวสวนลุมฯ เต็ม ๆ หรือรับวิวเมืองก็ได้
- ต้องการ 2/3 ห้องนอนเพื่ออยู่เอง หรือมองเพนต์เฮ้าส์เพื่อสะสม/ภาพลักษณ์
- ต้องการห้องแต่งแล้วพร้อมอยู่ หรือรับห้องไปรีโนเวทตามสไตล์
- เลือกชั้น/ความเป็นส่วนตัว (บางตึกยูนิตน้อย ความเป็น private สูง)
ถ้าคุณกำลังเทียบราคา “คอนโด One Bangkok” อยู่ ผมแนะนำให้เริ่มจากกำหนด 3 เรื่องนี้ก่อน: งบรวมทั้งหมด, วิวที่ต้องการ (โดยเฉพาะฝั่งสวนลุมฯ), และยอมรับเงื่อนไข Leasehold ได้แค่ไหน แล้วค่อยไล่ดูตัวเลือกตามขนาด 2–4 ห้องนอนหรือเพนต์เฮ้าส์ จะตัดสินใจได้ไวขึ้นมากครับ