Check lists สัญญาณว่าเรากำลังเป็น people pleaser ep.2🔥

บางครั้งเราไม่ได้ “ใจดี” แต่กำลัง “ลืมใจตัวเอง” อยู่เงียบ ๆ

มาลองเช็ค list กันดู ถ้าตรงหลายข้ออาจถึงเวลาหันกลับมาฟังตัวเองบ้าง 🤍

1️⃣ ตอบรับทุกคำขอ ทั้งที่ในใจไม่พร้อม ไม่กล้าปฏิเสธ เพราะกลัวทำให้ใครผิดหวัง

2️⃣ รู้สึกผิดทันที เมื่อคิดจะพูดว่า “ไม่” ยังไม่ทันปฏิเสธ ก็โทษตัวเองไปก่อนแล้ว

3️⃣ คุณค่าของตัวเอง ขึ้นกับความพอใจของคนอื่น

ถ้าคนอื่นโอเค = เรารู้สึกว่าตัวเองดีพอ

ถ้าไม่โอเค = ใจเราพัง

4️⃣ เลี่ยงความขัดแย้ง แม้ต้องฝืนใจตัวเองเลือกเงียบ เลือกยอม เพื่อให้ทุกอย่าง “ดูโอเค”

5️⃣ คิดแทนคนอื่นตลอด ว่าเขาจะรู้สึกยังไงแต่ไม่ค่อยได้ถามตัวเองว่า เรารู้สึกยังไง

6️⃣ เหนื่อย หมดแรง แต่บอกไม่ได้ว่าไม่ไหวเพราะกลัวว่าถ้าหยุด คนอื่นจะผิดหวัง

7️⃣ พูดคำว่า “ไม่เป็นไร” บ่อยกว่าที่ควรทั้งที่จริง ๆแล้วมันเป็น

People Pleasing หากเกิดขึ้นต่อเนื่อง

อาจสะสมเป็นความเครียดเรื้อรัง นำไปสู่ภาวะหมดไฟ

และทำให้เราค่อย ๆ ละเลยความต้องการของตัวเองในระยะยาวได้

🤍 ดังนั้นทางแก้ที่ดีที่สุดคือ การตั้งขอบเขต เพื่อรักษาสุขภาพกายและจิตใจเรานะคะ

การตั้งขอบเขต ไม่ได้ทำให้เราเป็นคนไม่ดีแต่ทำให้เราเป็นคนที่ไม่ทิ้งตัวเอง

#จิตวิทยา #พัฒนาตนเอง #pm2.5 #สัญญาณเตือน #peoplepleaser

1/20 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัว การเป็น People Pleaser นั้นอาจดูเหมือนเป็นพฤติกรรมที่ดีเพราะเราพยายามไม่ทำร้ายความรู้สึกคนอื่นและอยากให้คนรอบข้างมีความสุข แต่ในความเป็นจริงแล้วการตอบรับทุกคำขอโดยไม่ฟังตัวเอง อาจสร้างความเครียดสะสมและทำให้เรารู้สึกหมดแรงโดยไม่รู้ตัว ตอนที่ผมสังเกตตัวเอง พบว่าผมมักจะพูดคำว่า “ไม่เป็นไร” โดยที่จริงๆ แล้วผมเหนื่อยมากและไม่อยากทำบางอย่าง แต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธเพราะกลัวคนอื่นจะผิดหวัง ซึ่งทำให้ความรู้สึกไม่โอเคในใจสะสมและเกิดความเครียดเรื้อรังตามมา การตั้งขอบเขตในชีวิตประจำวันเช่น เริ่มฝึกพูดคำว่า “ไม่” อย่างสุภาพ เมื่อไม่สะดวก หรือบอกความต้องการตัวเองอย่างชัดเจน พบว่าช่วยลดความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ได้ดีขึ้นมาก นอกจากนี้ยังรู้สึกว่าคุณค่าของตัวเองไม่ได้ขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้อื่นเพียงอย่างเดียวอีกด้วย ลองสังเกตตัวเองในแต่ละข้อที่บทความนี้แนะนำ หากตรงกับหลายข้อ แนะนำให้ลองหยุดคิดและถามตัวเองว่าเราต้องการอะไรจริงๆ แล้วลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อรักษาสุขภาพจิตใจไว้ เพราะการดูแลตัวเองไม่ได้แปลว่าเป็นคนไม่ดี แต่เป็นการรักตัวเองในแบบที่ยั่งยืนที่สุด สุดท้ายคนรอบข้างที่รักเราจริงก็จะเข้าใจและเคารพขอบเขตที่เราตั้งขึ้นด้วยเช่นกัน นี่คือก้าวเล็กๆ แต่สำคัญที่ช่วยให้ชีวิตสมดุลและมีความสุขมากขึ้นค่ะ