Automatically translated.View original post

Label Emotions Emotions Giving Emotional Names

🔹 in psychology and NLP will see that when we put the right words to emotions, we are not just talking, we are making the brain perceive and process what is happening clearly.

🔹 It is the first step of self-awareness (self-awareness) and the beginning of healing.

Simple examples of Label Emotions, such as:

Not just saying "I'm stressed" → but punching to "I'm worried about being disappointed."

Not just saying "I'm angry" → but saying "I don't feel respected."

Not just saying "I'm tired" → but really "I feel alone."

Neurological research has shown that when we name emotions, the Amygdala part of the brain calms down and the Prefrontal Cortex becomes more active, which means that "Label Emotions" really helps us to be more conscious and control our emotions.

So Label Emotions = looking at emotions straight and calling them by their real names.

It is the power of accepting and understanding yourself before moving to change.

-

2025/9/10 Edited to

... Read moreเมื่อพูดถึงเทคนิค Label Emotions หรือการตั้งชื่ออารมณ์ ไม่ใช่แค่การพูดบอกว่ารู้สึกอย่างไรเท่านั้น แต่ยังเป็นกระบวนการสำคัญในการสร้าง Self-awareness หรือการตระหนักรู้ในตัวเองอย่างลึกซึ้ง จากข้อมูลใน OCR ที่กล่าวถึงการฟังแบบสะท้อนอารมณ์ จากการที่คนรู้สึกถูก "Seen & Named" หรือได้รับการยอมรับและเข้าใจความรู้สึกที่แท้จริงของตนเองและจากผู้อื่น จะช่วยให้ความฟุ้งซ่านของความรู้สึกลดลง สมองส่วน Amygdala ที่มักจะตอบสนองด้วยความเครียดตื่นตระหนกจะกลับมาอยู่ในภาวะสงบ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการมีสุขภาพจิตที่ดี เรายังสามารถเชื่อมโยงจุดนี้กับงานวิจัยทางประสาทวิทยาที่ระบุว่าเมื่อสมองส่วน Amygdala ผ่อนคลาย สมองส่วน Prefrontal Cortex ที่เกี่ยวข้องกับเหตุผลและการควบคุมอารมณ์จะทำงานได้ดีขึ้น ส่งผลให้เราสามารถรับมือกับความรู้สึกซับซ้อนอย่างมีสติมากขึ้น ในแง่ของการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เทคนิคนี้จะช่วยให้เราพูดถึงอารมณ์ได้อย่างเฉพาะเจาะจงและแท้จริงมากกว่าเดิม เช่น แทนที่จะบอกแค่ "ฉันเครียด" อาจเปลี่ยนเป็น "ฉันรู้สึกกังวลว่าจะผิดหวัง" ซึ่งทำให้เราและคนรอบข้างเข้าใจความรู้สึกในมิติที่ลึกกว่า นอกจากนี้ยังส่งผลดีต่อการสื่อสารกับผู้อื่น เพราะเมื่อเราสามารถฟังและสะท้อนอารมณ์ของคนอื่นอย่างจริงใจและผ่อนคลาย (Reflective Listening) ความสัมพันธ์จะมีคุณภาพสูงขึ้น เป็นปัจจัยที่นำไปสู่ความสำเร็จในหลายด้าน เช่น การงาน การเงิน และความรัก โดยสรุป Label Emotions เป็นก้าวแรกที่พาเราสู่การรักษาใจและสร้างความเข้าใจต่อความรู้สึกของเราเองอย่างแท้จริง การรับรู้และเรียกชื่ออารมณ์ด้วยความจริงใจไม่ใช่แค่การยอมรับ แต่เป็นพลังที่เปลี่ยนแปลงตัวเราไปสู่สุขภาพใจที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน