🚨 ฟ้าผ่ารถ พ.ร.บ.จ่ายไหม?

🚨 ฟ้าผ่ารถ พ.ร.บ.จ่ายไหม?

หลายคนคิดว่า ถ้ารถโดนฟ้าผ่าจนเสียหาย พ.ร.บ.ต้องช่วยจ่ายค่าซ่อมรถแน่นอน

แต่ความจริงแล้ว พ.ร.บ.คุ้มครอง “ชีวิตและร่างกาย” ของผู้ประสบภัยจากรถ ไม่ได้คุ้มครองความเสียหายของตัวรถ

เรื่องนี้คนใช้รถทุกคนควรรู้ เพราะอาจช่วยให้เข้าใจสิทธิประโยชน์ของตัวเองได้ถูกต้องมากขึ้น

🎥 ดูคลิปนี้ให้จบ แล้วคุณจะเข้าใจ พ.ร.บ.มากกว่าเดิม

#กัปตันประกันภัย #เล่าเรื่องประกัน #พรบรถยนต์ #ประกันรถยนต์ #ความรู้ประกันภัย #เรือจ้างทีม #คนใช้รถต้องรู้ #ประกันภัยใกล้ตัว #เรื่องประกันที่ควรรู้ #กฎหมายประกันภัย #สาระประกันภัย

1 วันที่แล้วแก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ของผมที่เกี่ยวข้องกับกรณีรถโดนฟ้าผ่า ผมพบว่าความเข้าใจเรื่อง พ.ร.บ. ว่าจะจ่ายค่าซ่อมรถหรือไม่ เป็นเรื่องที่หลายคนสับสนมากจริงๆ โดยตามกฎหมาย พ.ร.บ.คุ้มครองชีวิตและร่างกายของผู้ที่ประสบภัยจากรถยนต์เท่านั้น ไม่รวมความเสียหายของรถยนต์เอง นั่นหมายความว่า ถ้าวันหนึ่งรถของคุณถูกฟ้าผ่าจนเสียหายหนัก พ.ร.บ.จะไม่ช่วยจ่ายค่าซ่อมหรือค่าเสียหายที่เกิดกับตัวรถ แต่จะดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาลของผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารหากได้รับบาดเจ็บ รวมถึงค่าทำศพหากเสียชีวิต ซึ่ง พ.ร.บ.มีวงเงินสำหรับดูแลในส่วนนี้ เช่น ค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 30,000 บาท ค่ารักษาทำศพ 35,000 บาท รวมแล้วสูงสุด 65,000 บาทเมื่อถึงกรณีเสียชีวิต จากที่ผมได้พูดคุยกับเพื่อนๆ ที่ทำประกันรถยนต์แบบครบวงจร จะเห็นว่าประกันชั้น 1 จะช่วยดูแลทั้งชีวิตผู้ได้รับบาดเจ็บและความเสียหายของรถยนต์ในทุกกรณีรวมทั้งฟ้าผ่า แต่ถ้าใช้แค่ พ.ร.บ. จะคุ้มครองเฉพาะคนเท่านั้น จึงสำคัญมากที่ผู้ใช้รถควรตรวจสอบความคุ้มครองของประกันชั้นต่างๆ เพื่อเลือกให้เหมาะกับความต้องการของตนเพื่อป้องกันความเสียหายทางทรัพย์สิน การทำความเข้าใจข้อจำกัดของ พ.ร.บ. นั้นจะช่วยเตรียมตัวให้พร้อมและทำให้เราไม่เสียสิทธิ์เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น การเตรียมเงินสำรอง หรือซื้อประกันภัยเพิ่มเติมที่ครอบคลุมความเสียหายของรถยนต์ไว้ล่วงหน้า นอกจากนี้ควรตรวจสอบเงื่อนไขของประกันภัยที่เลือกซื้อว่าคุ้มครองเหตุการณ์ฟ้าผ่าหรือภัยธรรมชาติอย่างไร เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองเต็มที่ ท้ายที่สุด การตระหนักถึงสิทธิ์ของผู้ขับขี่และผู้โดยสารในการรับค่ารักษาพยาบาลและค่าทำศพจาก พ.ร.บ. นอกจากช่วยให้เราเข้าใจระบบการประกันภัยมากขึ้นแล้ว ยังช่วยสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยในการใช้รถบนท้องถนนได้มากขึ้นด้วย