สีที่เราใส่ บอกอะไรกับผู้คน
เพราะภาพลักษณ์ที่ใช่...
เปิดประตูโอกาสให้เสมอ
เวลาเราคิดไม่ออกว่าจะใส่อะไรดี “สีเสื้อผ้า” เป็นตัวช่วยที่เร็วที่สุดในการปรับลุคและสื่อสารบุคลิกแบบไม่ต้องพูดเลยค่ะ ฉันเคยลองสังเกตตัวเองหลายครั้งว่า วันไหนใส่สีที่ใช่ จะรู้สึกมั่นใจขึ้น และคนรอบตัวก็ทัก/มองเราในโทนเดียวกับพลังของสีนั้นจริงๆ สิ่งที่อยากแชร์คือ สีไม่ได้มีความหมายตายตัว 100% แต่มักมี “ความรู้สึกร่วม” ที่คนส่วนใหญ่รับรู้คล้ายกัน และขึ้นกับบริบทด้วย เช่น สีแดง บางสถานการณ์ให้ความรู้สึกโดดเด่น มีพลัง ดึงดูดสายตา แต่ในบางบริบทก็โยงกับสัญญาณอันตรายหรือคำว่า Hazard ได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นถ้าอยากใช้สีแดงให้ดูดี ฉันมักเลือกเป็น “จุดเน้น” แทน เช่น ปากแดง เล็บแดง โบว์แดง หรือเข็มกลัดแดง ก็ได้ลุคที่เด่นโดยไม่รู้สึกแรงเกินไป ถ้าอยากเริ่มใช้สีเสริมบุคลิกภาพแบบง่ายๆ ลองทำตามนี้ค่ะ 1) ตั้งเป้าหมายของวันนั้นก่อน - ต้องการความน่าเชื่อถือ/มืออาชีพ: ลองโทนฟ้า น้ำเงิน เขียวเข้ม เทา - อยากดูเป็นมิตร เข้าถึงง่าย: ชมพูพาสเทล พีช ครีม - อยากโดดเด่นบนเวที/งานสังคม: แดง ม่วงเข้ม หรือสีที่ตัดกับพื้นหลัง - อยากได้ฟีลพักผ่อน เช่น ไปทะเล: ชมพู ฟ้า เขียวอ่อน ให้ความรู้สึกสบายตา 2) เลือก “สีที่เหมาะกับตัวเอง” ก่อน ไม่ต้องรีบเปลี่ยนทั้งตู้ บางคนยังไม่มั่นใจว่าโทนไหนเข้ากับผิว/หน้าตา ให้เริ่มจากของชิ้นเล็กๆ ก่อน เช่น ผ้าพันคอ กระเป๋า ต่างหู ลิปสติก แล้วค่อยๆ ขยับไปเสื้อหรือเดรส จะปลอดภัยและประหยัดกว่า 3) ใช้สีช่วยปรับลุคได้ โดยไม่ต้องรอให้หุ่นเป๊ะ อันนี้เป็นทริคที่ฉันชอบมาก เพราะแค่เลือกสีให้ถูก เราสามารถดูสดใสขึ้น หน้าดูมีมิติขึ้น และบุคลิกดูชัดขึ้นได้ทันที เช่น ถ้าใส่สีหม่นแล้วหน้าดูดรอป ลองขยับไปโทนที่สว่างขึ้นอีกนิด หรือเพิ่มสีที่ทำให้หน้า “ตื่น” แถวช่วงคอ/ใบหน้า 4) เช็ก “ความรู้สึกของตัวเอง” หลังใส่สี สีเสื้อผ้าส่งผลต่อความคิดและความรู้สึกจริงค่ะ ลองถามตัวเองหน้ากระจกว่า วันนี้รู้สึกมั่นใจขึ้นไหม สบายใจไหม อยากยืนหลังตรงขึ้นไหม ถ้าคำตอบคือใช่ แปลว่าสีนั้นกำลังเสริม Character ให้คุณอยู่ สุดท้าย ถ้าวันไหนไม่แน่ใจ เลือกสีพื้นๆ แล้วเติมสีด้วยแอ็กเซสซอรี่ก็ยังได้ลุคที่ดูตั้งใจค่ะ แค่ “ตั้งใจเลือกสี” ภาพลักษณ์ที่ใช่ก็ช่วยเปิดประตูโอกาสให้เราได้จริงๆ