ทองอาจแตะบาทละ 1 ล้านเพราะอะไร
ถ้าเป็นแบบนี้ เงินสดจะถูกลดมูลค่าไวมาก
🟨 🇺🇸 ปริมาณทองคำสำรองของสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ราวๆ 8,133 – 8,134 ตัน (metric tons) ซึ่งมากที่สุดในโลก
…ส่วนหนี้ของประเทศสหรัฐอเมริกามีหนี้สาธารณะรวม (national debt) อยู่ที่ประมาณ $38 trillion หรือประมาณ 38 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ตัวเลขล่าสุดในปี 2025/ต้นปี 2026) ซึ่งเป็นยอดหนี้สูงสุดเป็นประวัติการณ์
ถ้าสหรัฐจะ ปลดหนี้ทั้งหมดด้วยทองคำที่มีอยู่
ต้องทำให้ราคาทองคำขึ้นไปถึง บาทละ 2.5 ล้านบาท
หรือ 35 เท่าของราคาทองในปัจจุบัน USA ถึงจะเคลียร์หนี้ทั้งหมดได้
…บ้าน่า เมกาไม่ทำงั้นหรอก ใครๆก็เชื่อถือดอลล่าร์กันทั้งนั้น
และใช้กันทั่วโลก 😊
เห็นด้วยไหมครับ..
จากข้อมูลที่ระบุว่า ปริมาณทองคำสำรองของสหรัฐอเมริกามีอยู่ประมาณ 8,133-8,134 ตัน ถือเป็นปริมาณทองคำสำรองที่มากที่สุดในโลก ในขณะที่หนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ในปี 2025/ต้นปี 2026 สูงถึง 38 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือว่าเป็นหนี้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สิ่งนี้สะท้อนถึงความเสี่ยงทางเศรษฐกิจของประเทศที่ส่งผลโดยตรงต่อมูลค่าของเงินบาทและทองคำอย่างมาก การที่สหรัฐฯ หากจะปลดหนี้ทั้งหมดโดยใช้ทองคำที่มีอยู่นั้น ราคาทองคำต้องสูงขึ้นถึงประมาณ 2.5 ล้านบาทต่อบาททองคำ หรือสูงกว่าราคาปัจจุบันถึง 35 เท่า ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนความไม่สมดุลระหว่างหนี้สาธารณะและสินทรัพย์สำรองจริง แม้ว่าสหรัฐจะยังไม่มีแนวโน้มจะใช้วิธีนี้ เนื่องจากดอลลาร์สหรัฐยังคงเป็นสกุลเงินสำรองหลักของโลกและมีความเชื่อมั่นสูง แต่สถานการณ์นี้ทำให้นักลงทุนและผู้ที่ติดตามตลาดทองต้องจับตามองความผันผวนและความเสี่ยงในระยะยาว สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนทองคำ การเข้าใจปัจจัยด้านหนี้สาธารณะและปริมาณทองคำสำรองช่วยให้ประเมินโอกาสและความเสี่ยงได้ดียิ่งขึ้น ยิ่งในช่วงที่ค่าเงินสดมีแนวโน้มถูกลดมูลค่าอย่างรวดเร็ว ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนหลายรายเลือกถือครองเพื่อป้องกันการล้างมูลค่าของเงินสดหรือเงินเฟ้อสูง ทั้งนี้ การตัดสินใจลงทุนควรพิจารณาข้อมูลโดยรอบและติดตามข่าวสารเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถวางแผนและบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากประสบการณ์ส่วนตัว การเฝ้าติดตามและวิเคราะห์ปัจจัยดังกล่าวเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เราเข้าใจภาพรวมของตลาดทองคำและรู้ว่าจะต้องเตรียมตัวรับมือกับความผันผวนอย่างไร โดยไม่ถูกลวงโดยข่าวลือหรือข้อมูลที่ขาดความน่าเชื่อถือ การใช้ข้อมูลเชิงลึกประกอบการตัดสินใจจะทำให้นักลงทุนมีโอกาสประสบความสำเร็จและลดความเสี่ยงสูญเสียจากความไม่แน่นอนของตลาดในอนาคต

ไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะความเป็นมหาอำนาจจะหายไป