รอยเท้าไดโนเสาร์ภูแฝกกาฬสินธุ์
บันทึกเรื่องราว#เที่ยวกาฬสินธุ์ #รีวิวกาฬสินธุ์ #กาฬสินธุ์ #ไดโนเสาร์
ถ้าใครกำลังหา “วนอุทยานภูแฝก / ภูแฝก กาฬสินธุ์” เพื่อไปดูรอยเท้าไดโนเสาร์ บอกเลยว่าที่นี่เป็นจุดเที่ยวธรรมชาติที่ไปได้แบบทริปครึ่งวัน–หนึ่งวันและได้ฟีลผจญภัยเบาๆ ฉันชอบตรงที่ได้เห็น “รอยเท้าไดโนเสาร์” บนลานหินจริงๆ ไม่ใช่แค่จัดแสดงในอาคาร เดินไปแล้วเหมือนย้อนเวลาไปยุคดึกดำบรรพ์เลย ไฮไลต์หลักของอุทยานภูแฝกคือ “ลานรอยเท้าไดโนเสาร์” ที่อยู่บนชั้นหิน ซึ่งหลายป้ายข้อมูลจะอธิบายเรื่องชั้นหินและการเกิดรอยเท้าไว้ (บางจุดพูดถึงกลุ่มหิน Phu Kadung Formation ด้วย) เวลาเดินดูแนะนำให้ค่อยๆ ไล่มองตามพื้นหิน จะเห็นรอยกดเป็นแอ่งๆ คล้ายรูปเท้าอยู่หลายตำแหน่ง บางรอยค่อนข้างชัด แต่บางรอยจะดูยากเพราะสีหินใกล้เคียงกัน เคล็ดลับของฉันคือยืนเฉียงๆ ให้แสงตกกระทบ จะช่วยให้เงาทำให้รอยเด่นขึ้นมาก การเตรียมตัวก่อนไปวนอุทยานภูแฝก: - รองเท้า: ใส่ผ้าใบ/รองเท้าเดินป่าที่พื้นเกาะดี เพราะพื้นหินอาจลื่น โดยเฉพาะหลังฝนตก - น้ำดื่ม: พกไปเองให้พอ อย่างน้อย 1 ขวดใหญ่ต่อคน (เดินกลางแดดเหนื่อยกว่าที่คิด) - หมวก/ครีมกันแดด: จุดลานหินเปิดโล่ง แดดอีสานคือจริงจัง - ยากันยุง: บางช่วงทางเดินจะมีพุ่มไม้ ช่วงเวลาที่ฉันว่าเหมาะคือเช้าตรู่หรือบ่ายแก่ๆ แสงสวย ถ่ายรูปง่าย และอากาศไม่ร้อนเกินไป ถ้าไปเที่ยงๆ จะร้อนและพื้นหินสะท้อนแสงแรง ทำให้มองหารอยเท้ายากขึ้นด้วย มารยาทและข้อควรระวังสำคัญเวลาไปดูรอยเท้าไดโนเสาร์ กาฬสินธุ์: - ห้ามขีดเขียน/ขัดถู/ราดน้ำเพื่อให้รอยชัด (ทำให้ผิวหินเสียหาย) - เดินตามเส้นทางที่จัดไว้และระวังไม่เหยียบลงในแอ่งรอยเท้าโดยตรงถ้าทำได้ - ถ่ายรูปได้ แต่พยายามไม่ใช้ขาตั้ง/อุปกรณ์ไปกระแทกพื้นหิน ถ้าอยากได้รูปที่เล่าเรื่อง แนะนำถ่าย 3 แบบ: ภาพกว้างให้เห็นบรรยากาศวนอุทยานภูแฝก, ภาพกลางที่เห็นตำแหน่งรอยเท้าเทียบกับคน และภาพใกล้ของรอยเท้าแบบเฉียงแสง จะได้ทั้งความสวยและข้อมูลครบ โดยรวม “ภูแฝก” เป็นจุดเที่ยวกาฬสินธุ์ที่เหมาะกับสายธรรมชาติ+สายประวัติศาสตร์โลกมากๆ ไปแล้วได้ทั้งเดินเล่น สูดอากาศ และได้ความรู้เรื่องชั้นหิน/ฟอสซิลแบบสนุกๆ ใครมีเวลาแนะนำเผื่อเวลาเดินชมให้ไม่รีบ จะได้ค่อยๆ หาแต่ละรอยและอ่านป้ายความรู้แบบเต็มอิ่ม
























