ถึงเวลาที่รุ่นใหญ่ต้องหลีกทางให้รุ่นใหม่ขึ้นมา 🍋
ช่อง TrashBench จับการ์ดจอ GeForce GTX 1080 Ti และ RTX 5050 มาประชันความแรงกันแบบตัวต่อตัว โดยทดสอบผ่านเกมอย่าง Assassin’s Creed Valhalla, Red Dead Redemption 2, Cyberpunk 2077 และ Shadow of the Tomb Raider ในความละเอียด 1440p
.
ผลที่ออกมาคือ RTX 5050 สามารถทำเฟรมเรตชนะได้ 3 เกม ส่วน Shadow of the Tomb Raider ยังเป็น 1080 Ti ที่ทำคะแนนได้ดีกว่านิดหน่อย ด้านผลทดสอบ 3DMark Time Spy ก็สูสีไม่แพ้กัน โดย RTX 5050 ทำได้ 9,917 คะแนน เหนือกว่า 1080 Ti ที่ทำได้ 9,763 คะแนนเล็กน้อย
.
จากนั้นก็นำทั้งสองการ์ดมาลองโอเวอร์คล็อกกันต่อ โดยฝั่ง GTX 1080 Ti ถูกจับใส่ชุดน้ำเต็มระบบ ส่วน RTX 5050 ใช้วิธีดัดแปลงฮีตซิงก์ Tower ของซีพียูมาติดแทน ผลปรากฏว่า RTX 5050 สามารถดันความเร็วจากเดิมราว 2.8 GHz ไปได้ไกลถึง 3.3 GHz ทำให้เฟรมเรตเพิ่มขึ้นประมาณ 17% ขณะที่ GTX 1080 Ti แม้จะปรับแต่งเต็มที่ แต่ทำได้เพียงราว 2,200 MHz ส่งผลให้เฟรมเรตขยับขึ้นแค่ประมาณ 3% เท่านั้น
.
แม้ RTX 5050 จะเป็นเพียงรุ่นเริ่มต้นของซีรีส์ใหม่ แต่กลับทำผลงานแซงหน้า GTX 1080 Ti ที่เคยเป็นเรือธงได้อย่างสวยงาม ใครที่ยังคิดว่ารุ่นเล็กจะสู้รุ่นเก่าไม่ได้ อาจต้องลองมองใหม่อีกครั้ง ส่วนฝั่ง 1080 Ti เองก็ถือว่าทำหน้าที่มาอย่างยาวนานกว่า 8 ปีเต็ม และกำลังจะหมดการซัพพอร์ตไดรเวอร์ในไม่ช้า คงถึงเวลาปล่อยให้รุ่นเก่าได้พักเสียที
.
ที่มา : guru3d
จากผลการทดสอบการ์ดจอรุ่นใหม่อย่าง GeForce RTX 5050 เทียบกับ GTX 1080 Ti รุ่นเก่าที่เคยเป็นเรือธงของ NVIDIA พบว่า RTX 5050 มีประสิทธิภาพสูงขึ้นในหลายเกมยอดนิยมเช่น Assassin’s Creed Valhalla, Red Dead Redemption 2 และ Cyberpunk 2077 ที่ความละเอียด 1440p ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมการ์ดจอในช่วง 8 ปีที่ผ่านมามีผลลัพธ์ที่ชัดเจน แม้จะเป็นรุ่นเริ่มต้น RTX 5050 ก็สามารถทำคะแนนได้ดีกว่าหรือใกล้เคียงกับ 1080 Ti รุ่นเก่าที่ใช้สถาปัตยกรรม Pascal การโอเวอร์คล็อกยังเป็นจุดเด่นของ RTX 5050 เนื่องจากสามารถเพิ่มความเร็วสัญญาณนาฬิกาได้สูงถึง 3.3 GHz ส่งผลให้เฟรมเรตเพิ่มขึ้นประมาณ 17% ในขณะที่ GTX 1080 Ti แม้จะใช้ชุดน้ำเต็มระบบแต่ปรับความเร็วได้เพียงประมาณ 2,200 MHz และเฟรมเรตเพิ่มขึ้นเพียง 3% เท่านั้น แสดงให้เห็นถึงข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์และเทคโนโลยีระบายความร้อนของรุ่นเก่า นอกจากนี้ ผลทดสอบ 3DMark Time Spy ซึ่งเป็นการประเมินประสิทธิภาพกราฟิกการ์ดในสภาวะใช้งานจริงยังแสดงให้เห็นว่า RTX 5050 ทำคะแนนได้สูงกว่าที่ 9,917 คะแนน เทียบกับ 9,763 คะแนนของ GTX 1080 Ti ซึ่งความแตกต่างนี้อาจดูไม่มากนักแต่ก็ชี้ว่า RTX 5050 มีประสิทธิภาพที่คุ้มค่าและทันสมัยมากขึ้น ในแง่ของการใช้งานจริง ผู้ใช้งานที่ยังใช้ GTX 1080 Ti ควรพิจารณาว่าคาร์ดจอนี้อาจใกล้หมดช่วงซัพพอร์ตไดรเวอร์ ซึ่งอาจส่งผลในระยะยาวต่อประสิทธิภาพและความเข้ากันได้กับเกมใหม่ๆ รวมถึงเทคโนโลยีกราฟิกสมัยใหม่ เช่น Ray Tracing และ DLSS ที่ RTX 5050 รองรับอย่างครบถ้วน โดยสรุปแล้ว ถึงเวลาที่ผู้ใช้งานต้องยอมรับและปรับเปลี่ยนไปสู่การ์ดจอรุ่นใหม่อย่าง RTX 5050 ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าและโอกาสในการรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ดีกว่า ซึ่งจะช่วยให้การเล่นเกมและการใช้งานกราฟิกมีประสิทธิภาพและคุณภาพภาพมากขึ้นในอนาคต

