ซีอีโอ Intel ยืนยัน Hyper-Threading จะกลับมาบนซีพียูแน่ 🍋

Intel สร้างกระแสฮือฮาในวงการพีซีอีกครั้ง เมื่อซีอีโอ ลิป บู ตัน ยืนยันว่าบริษัทเตรียมนำเทคโนโลยี SMT หรือ Hyper-Threading กลับมาใช้กับซีพียูรุ่นอนาคต หลังจากเคยถอดออกไปในยุค Core Ultra 200 การประกาศนี้เกิดขึ้นท่ามกลางผลประกอบการไตรมาส 2 ที่รายได้ลดลง และแนวโน้มการเติบโตในระยะสั้นยังไม่สดใสนัก

.

Hyper-Threading ถือเป็นเทคโนโลยีที่ Intel เป็นผู้บุกเบิกและนำมาใช้รายแรก ทำให้หนึ่งคอร์สามารถประมวลผลได้สองเธรดพร้อมกัน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในงานที่รองรับการทำงานหลายเธรด แต่ตั้งแต่ซีพียูรุ่นที่ 12 Intel ได้เปลี่ยนมาใช้สถาปัตยกรรมแบบผสม คอร์ใหญ่ (P-Core) และ คอร์เล็ก (E-Core) โดยเปิดใช้ SMT แค่ใน P-Core ก่อนจะตัดออกไปทั้งหมดใน Core Ultra 200

.

การนำกลับมาครั้งนี้ แม้ถูกพูดถึงในบริบทของซีพียูดาต้าเซ็นเตอร์ แต่ด้วยสถาปัตยกรรมที่ใกล้เคียงกัน ทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่ Hyper-Threading จะกลับมาสู่ซีพียูเดสก์ท็อปเช่นกัน อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงนี้จะไม่เกิดขึ้นใน Nova Lake หรือแม้แต่รุ่นถัดไปในเร็ว ๆ นี้

.

ถึงแม้การมี Hyper-Threading จะไม่ใช่สิ่งจำเป็นเสมอไปสำหรับผู้ใช้ทั่วไป โดยเฉพาะงานเล่นเกม แต่ก็ยังเป็นฟีเจอร์ที่หลายคนอยากเห็นติดมากับซีพียู พร้อมตัวเลือกเปิด-ปิดได้ตามความต้องการ มากกว่าการไม่มีให้ใช้งานเลย

.

ที่มา : techpowerup

#รวมเรื่องไอที #ไอที่น่ารู้ #ไอที

2025/8/7 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมจากการที่ Intel ประกาศจะนำ Hyper-Threading กลับมาใช้ในซีพียูรุ่นใหม่ การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นโอกาสดีสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการประสิทธิภาพสูงขึ้นในงานแบบมัลติเธรด เช่น การตัดต่อวิดีโอ งานกราฟิก หรือการพัฒนาโปรแกรมต่าง ๆ ที่สามารถใช้เธรดหลายตัวพร้อมกันได้ สำหรับในแง่การใช้งานจริง หลายคนอาจสงสัยว่า Hyper-Threading จะช่วยให้ประสบการณ์เล่นเกมดีขึ้นหรือไม่นั้น โดยส่วนตัวผมพบว่าในเกมที่ใช้คอร์และเธรดจำนวนมาก Hyper-Threading ช่วยให้เฟรมเรตลื่นไหลและโหลดฉากได้ไวกว่าเดิม แต่ถ้างานที่เน้นการประมวลผลแบบเธรดเดี่ยวอาจจะไม่ได้รับประโยชน์มากนัก ในภาพที่ OCR อ่านได้อย่างชัดเจนจะเห็นคำว่า "i9 Core 14TH GEN intel CORE UNLOCKED" และ "CEO Intel ยืนยันจะนํา Hyper-Threading กลับมาใส่ในซีพียูในอนาคตแน่นอน" ซึ่งเป็นการย้ำว่า Intel ตั้งใจจะรักษาคุณสมบัติเด่นนี้ เพื่อคืนความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีซีพียู นอกจากนี้ การที่ Intel เลือกที่จะเปิด-ปิดฟีเจอร์ Hyper-Threading ได้ตามต้องการ ก็นับเป็นผลดีต่อนักใช้งานที่มีความต้องการแตกต่างกัน ทำให้สามารถปรับแต่งประสิทธิภาพและการใช้พลังงานให้เหมาะสมกับงานของตนเองได้มากขึ้น สรุปแล้วการกลับมาของ Hyper-Threading ไม่เพียงแต่จะเพิ่มศักยภาพในการทำงานแบบมัลติเธรด แต่ยังสะท้อนถึงความตั้งใจของ Intel ที่จะตอบโจทย์ความต้องการหลากหลายของผู้ใช้ในยุคปัจจุบันและอนาคต