หลุดข้อมูลผู้ใช้ Gmail ชุดใหญ่กว่า 2,500 ล้านบัญชีทั่วโลก 🚨

ช่วงนี้ใครที่ใช้งาน Gmail คงต้องเพิ่มความระวังกันเป็นพิเศษ เพราะมีรายงานว่าบัญชีผู้ใช้กว่า 2,500 ล้านบัญชีทั่วโลกอาจเสี่ยงถูกหลอก หลังเกิดเหตุข้อมูลรั่วครั้งใหญ่ที่เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของ Google เลยทีเดียว สาเหตุเกิดจากกลุ่มแฮกเกอร์ชื่อดัง ShinyHunters หรือ UNC6040 ใช้เทคนิค Social Engineering หลอกพนักงาน Google ให้ติดตั้งแอปที่เป็นอันตรายบนระบบ Salesforce ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลลูกค้าและธุรกิจจำนวนมหาศาลได้

.

แม้ Google จะยืนยันว่ารหัสผ่านของผู้ใช้ไม่ได้ถูกขโมยไป แต่ข้อมูลที่หลุดออกมาก็มากพอที่เหล่าแฮกเกอร์จะเอาไปใช้ประโยชน์ในทางที่ไม่ดี หลายคนเริ่มเจออีเมลฟิชชิง โทรศัพท์ปลอมที่ใช้เบอร์โค้ดพื้นที่ “650” อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ Google รวมถึงข้อความ SMS หลอกลวงที่พยายามขอรหัสยืนยันสองขั้นตอน (2FA) ซึ่งหากใครเผลอให้ไป ก็เท่ากับเปิดทางให้พวกเขาเข้าถึงบัญชีได้ง่าย ๆ

.

ที่น่ากังวลคือแฮกเกอร์อาจใช้วิธี brute-force เดารหัสผ่านที่ไม่ซับซ้อนเพื่อเจาะเข้าบัญชีของเราได้ด้วย ดังนั้นถ้าใครยังตั้งรหัสแบบง่าย ๆ จำง่ายเกินไป แนะนำให้เปลี่ยนทันที ใช้รหัสที่เดายากขึ้นและเก็บอย่างปลอดภัย ที่สำคัญควรเปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองชั้น หรือถ้าอยากให้มั่นใจยิ่งขึ้นลองเปลี่ยนไปใช้ Passkeys ที่ปลอดภัยกว่า นอกจากนี้การตรวจสอบบัญชีผ่านฟีเจอร์ Security Checkup ของ Google ก็ช่วยให้เรารู้ว่ามีจุดอ่อนตรงไหนบ้าง และหากอยากได้ความปลอดภัยขั้นสูงสุด Google ก็มี Advanced Protection Program ให้เข้าร่วมเช่นกัน

.

สุดท้ายต้องบอกว่าตอนนี้มิจฉาชีพใช้วิธีที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ บางรายถึงขั้นใช้ AI สร้างเสียงปลอมโทรมาหลอกเป็นพนักงาน Google เลยทีเดียว เพราะงั้นอย่าเพิ่งไว้ใจอีเมล โทรศัพท์ หรือข้อความที่อ้างว่าเป็น Google ง่าย ๆ โดยเฉพาะถ้ามีการขอข้อมูลส่วนตัวหรือรหัสผ่าน รีบกดอัปเดตซอฟต์แวร์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดทั้งบน Chrome และ Android เพื่ออุดช่องโหว่ต่าง ๆ แล้วอย่าลืมเพิ่มความปลอดภัยให้บัญชีของตัวเองก่อนที่จะสายเกินไปนะครับ

.

ที่มา : cybersecuritynews

#ไอที #รวมเรื่องไอที #ไอที่น่ารู้

2025/9/2 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนเจอ “โลโก้ Gmail” ในอีเมล/หน้าเว็บแล้วเผลอเชื่อทันที โดยเฉพาะข้อความแนว ๆ “บัญชีมีปัญหา ให้ยืนยันตัวตน” หรือ “รับ Gmail ฟรี พร้อมรหัส/โค้ด” (อันนี้ยิ่งต้องระวัง) เพราะมิจฉาชีพชอบใช้โลโก้และหน้าตาเว็บให้เหมือนของจริงมาก ๆ จนแยกแทบไม่ออก ผมขอแชร์วิธีเช็กแบบที่ทำเองแล้วช่วยลดโอกาสพลาดได้เยอะครับ 1) โลโก้เหมือน ≠ ของจริง สิ่งที่ควรดูคือ “โดเมน/ลิงก์” ไม่ใช่รูปโลโก้ ให้กดดูที่อยู่เว็บไซต์เต็ม ๆ (หรือแตะค้างเพื่อดู URL) ถ้าไม่ใช่ google.com, gmail.com หรือ accounts.google.com ให้สงสัยไว้ก่อน โดยเฉพาะโดเมนแปลก ๆ มีขีด มีตัวสะกดคล้าย ๆ เช่น gmaill-verify, goog1e ฯลฯ 2) อีเมลผู้ส่งปลอมดูยังไง อย่าดูแค่ชื่อผู้ส่งที่ตั้งว่า “Google Support” ให้แตะดูอีเมลเต็ม ๆ ถ้าเป็นโดเมนฟรีแปลก ๆ หรือสะกดไม่ตรงกับ Google ให้ปิดทันที อีกอย่างที่เจอบ่อยคืออีเมลบอกให้รีบทำภายใน 24 ชม. เพื่อกดดันให้เราหลงกล 3) ระวัง “ขอรหัส” ทุกแบบ คำค้นอย่าง “gmail ฟรี พร้อม รหัส” มักพาไปเจอโพสต์/เว็บที่หลอกให้กรอกข้อมูล หรือหลอกเอาโค้ดยืนยัน (OTP/2FA) จำไว้ว่าของจริงจะไม่ขอรหัสผ่านหรือรหัสยืนยัน 2 ขั้นตอนผ่านอีเมล/แชต ถ้ามีคนโทร/ส่ง SMS มาขอรหัส ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพ 4) ทำ 3 อย่างนี้ทันทีเพื่อกันโดนแฮก - เปลี่ยนรหัสผ่าน: ใช้รหัสยาว 12–16 ตัวขึ้นไป ผสมตัวอักษรใหญ่-เล็ก ตัวเลข และสัญลักษณ์ และอย่าใช้ซ้ำกับเว็บอื่น - เปิด 2FA: แนะนำใช้แอปยืนยันตัวตน (Authenticator) หรือกุญแจความปลอดภัย มากกว่า OTP ทาง SMS - ลองใช้ Passkeys: ถ้ามือถือรองรับ จะลดความเสี่ยงโดนขโมยรหัสผ่าน เพราะไม่ต้องพิมพ์รหัสลงเว็บ 5) เช็กความปลอดภัยบัญชีแบบเร็ว เข้า Google “Security Checkup” แล้วไล่ดูทีละหัวข้อ: อุปกรณ์ที่ล็อกอินอยู่, แอป/เว็บไซต์ที่เชื่อมต่อบัญชี, อีเมล/เบอร์กู้คืน ถ้าเจออุปกรณ์ไม่รู้จักให้ Sign out และเปลี่ยนรหัสทันที 6) ถ้าเผลอกดลิงก์ไปแล้วทำไง ให้รีบเปลี่ยนรหัสผ่านทันที, ออกจากระบบทุกอุปกรณ์, ตรวจสอบการตั้งค่า Forwarding/Filter ใน Gmail (มิจฉาชีพชอบแอบตั้งให้ส่งเมลต่อ), แล้วสแกนเครื่องหาแอป/ส่วนขยายที่น่าสงสัย โดยเฉพาะบน Chrome สรุปคือ โลโก้ Gmail ช่วยให้เว็บดูน่าเชื่อถือขึ้นก็จริง แต่สิ่งที่ต้องเช็กให้ชัวร์คือ URL และพฤติกรรม “ขอรหัส/ขอ OTP” ครับ ทำ 2FA หรือ Passkeys ไว้ก่อน จะอุ่นใจขึ้นมากจริง ๆ