Microsoft ต่อเวลาให้ Windows 10 ฟรีอัปเดตเพิ่ม 1 ปี แต่…
Microsoft มีเซอร์ไพรส์ให้ผู้ใช้ Windows 10 ก่อนหมดเวลาซัพพอร์ต เพราะเพิ่งประกาศว่าคนในเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) จะได้สิทธิ์รับอัปเดตความปลอดภัยเพิ่มอีก 1 ปีเต็มแบบฟรี ๆ โดยไม่ต้องใช้บัญชี Microsoft หรือแชร์ข้อมูลอะไรกับบริษัทเลย
.
เดิมที Microsoft วางแผนว่าจะให้คนที่อยากใช้ Windows 10 ต่อ ต้องเข้าร่วมโครงการ Extended Security Updates (ESU) ด้วยการซื้อสิทธิ์เพิ่ม 12 เดือนในราคา 30 ดอลลาร์ หรือแลกด้วย 1,000 คะแนน Microsoft Rewards หรืออย่างน้อยก็ต้องสำรองข้อมูลผ่านบัญชี Microsoft ถึงจะได้สิทธิ์ฟรี
.
ล่าสุด Microsoft ยืนยันแล้วว่าผู้ใช้ในยุโรปไม่ต้องทำอะไรเลยก็ได้สิทธิ์ไปใช้ต่อ โดยอธิบายว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ทำเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายและความคาดหวังในท้องถิ่น พร้อมช่วยให้ผู้ใช้เปลี่ยนผ่านไปสู่ Windows 11 ได้อย่างราบรื่นโดยที่ยังไม่ขาดอัปเดตความปลอดภัยสำคัญ ๆ
.
ขณะเดียวกัน กลุ่ม Euroconsumers ก็บอกว่าพอใจกับการตัดสินใจนี้ เพราะทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องผูกกับบริการเสริมของ Microsoft อย่างการแบ็กอัป การใช้คะแนน หรือ Rewards ที่ก่อนหน้านี้ถูกมองว่าอาจจะขัดกับข้อกำหนดของกฎหมาย Digital Markets Act (DMA) ด้วย
.
ที่มา : neowin
.
สำหรับผู้ใช้ Windows 10 ในเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) การที่ Microsoft ตัดสินใจขยายเวลารับอัปเดตความปลอดภัยฟรีอีก 1 ปี ถือเป็นข่าวดีที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและความยุ่งยากในการต่ออายุซัพพอร์ต เนื่องจากเดิมทีผู้ใช้ต้องเข้าร่วมโครงการ Extended Security Updates (ESU) ด้วยการซื้อสิทธิ์ราคา 30 ดอลลาร์หรือแลกคะแนน Microsoft Rewards เพื่อให้ได้รับอัปเดตตัวนี้ การขยายเวลาแบบไม่มีเงื่อนไข เช่น ไม่ต้องล็อกอินบัญชี Microsoft, ไม่ต้องสำรองข้อมูลหรือซิงก์ใด ๆ ทำให้ผู้ใช้ Windows 10 ในยุโรปสามารถใช้ระบบปฏิบัติการต่อไปได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องกังวลเรื่องข้อมูลส่วนตัวหรือข้อจำกัดการใช้งานที่อาจขัดกับกฎหมาย Digital Markets Act (DMA) ซึ่งเป็นกฎหมายสำคัญที่คุ้มครองความเป็นส่วนตัวและการแข่งขันทางธุรกิจในยุโรป นอกจากนี้ การต่ออายุอัปเดตความปลอดภัยฟรียังช่วยเสริมความมั่นใจให้ผู้ใช้ที่ยังไม่พร้อมอัปเกรดไปใช้ Windows 11 ได้มีเวลาวางแผนและเตรียมตัวอย่างเต็มที่เพื่อการเปลี่ยนผ่านที่ราบรื่นและปลอดภัย ทั้งนี้ Microsoft ได้แสดงเจตนาที่ชัดเจนในการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายและตอบสนองความคาดหวังของลูกค้าในตลาดยุโรป สำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่อยู่นอกเขต EEA อาจยังต้องเจอกับเงื่อนไขเดิมหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการเข้าร่วมโครงการ ESU จึงแนะนำให้ติดตามข้อมูลอัปเดตจาก Microsoft อย่างใกล้ชิด และประเมินความเหมาะสมในการอัปเกรดไปยัง Windows 11 หรือเลือกใช้วิธีจัดการระบบรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมตามความจำเป็น ในภาพรวม การริเริ่มครั้งนี้สร้างบรรยากาศเชิงบวกในวงการไอทีและแสดงให้เห็นว่า Microsoft คำนึงถึงความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ควบคู่ไปกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ซึ่งถือเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อื่น ๆ ที่ต้องการรักษาสมดุลระหว่างนวัตกรรมและความน่าเชื่อถือในตลาดยุคดิจิทัล

